วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2556

Lolita mansion - ตอนที่ 14 อวสานและเริ่มการเดินทางที่ไม่สิ้นสุด



Lolita Mansion (คฤหาสน์สาวน้อยพาเสียว)
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 ตอนที่ 6 ตอนที่ 7
ตอนที่ 8 ตอนที่ 9 ตอนที่ 10 ตอนที่ 11 ตอนที่ 12 ตอนที่ 13 ตอนที่ 14


เสียงเด็กหญิงทั้ง 10 คนที่จ๊อกแจ๊ก ราวกับนกกระจอกริมสระน้ำขนาด 25 เมตรที่ชั้นบนสุดของแมนชั่นบางกระเจ้า ไม่ทำให้ผมรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย ตรงข้ามมันกลับไพเราะ ราวเสียงสวรรค์ที่ทำให้บ้านใหม่ของผมและเมียตัวน้อยๆ ทั้งสิบคนมีชีวิตชีวาและสร้างชีวิตให้เป็นบ้านที่แท้จริง

น้องทั้งสิบดูจะตื่นเต้นกับสระน้ำแห่งใหม่นี้ เพราะมันเป็นสระน้ำในร่มตั้งอยู่ภายใต้เรือนกระจก รอบด้านแวดล้อมไปด้วยพรรณไม้ร่มรื่น ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ร่างของเด็กหญิงทั้งหมดเปลือยเปล่าโดยไม่ต้องสวมใส่ชุดว่ายน้ำใดๆ ร่างงามที่สดใสด้วยวัยเยาว์ของน้องทุกคน ดูราวกับนางฟ้าตัวน้อยๆ ที่มาเริงระบำอยู่บนโลกมนุษย์ และพบกับความสุขทางเพศจนไม่สามารถโบยบินกลับไปได้อีก แต่เหล่านางฟ้าก็เต็มใจที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งนี้พร้อมกับชายที่พวกเธอรัก ผมเอง

ส่วนปลายของสระน้ำ เป็นที่ตั้งของสระจากุชชี่ขนาดใหญ่ที่หมุนเวียนกระแสน้ำ อุ่นช่วยในการผ่อนคลายความเมื่อยล้า ร่างเปลือยของน้องพิงค์กับน้องอิงค์แช่อยู่ที่ส่วนจากุชชี่อย่างสบายใจ เด็กหญิงทั้งสองซุกซิบกันแล้วหัวเราะต่อกระซิก ผมรู้ได้โดยสัญชาติญานว่า เรื่องที่สองพี่น้องคู่นี้คุยกันต้องเป็นเรื่องที่ น้องอิงค์มอบความสาวให้ผมไปแล้วเมื่อเช้านี้

น้องซูกุมิขึ้นมาจากสระน้ำ เดินตรงมาหาผมซึ่งนอนพักผ่อนที่เก้าอี้ข้างสระ ร่างเปลือยของน้องซูกุมิกระตุ้น ความรู้สึกทางเพศของผมได้ทุกครั้งที่เห็น ยิ่งเมื่อเป็นร่างเปลือยที่มีสายน้ำที่เกาะตัวมาไหลเป็นทางผ่านร่องหีอวบ อิ่มลงลงสู่พื้นแบบนี้ ความรู้สึกของผมก็ถูกปลุกเร้าขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ น้องซูกุมิเดินมานั่งข้างผมบนเก้าอี้เบียดสะโพกขาวนวลเข้ากับสะโพกผม

"น้าเอกไม่ลงไปเล่นน้ำหรือ เดี๋ยวพวกซูกุมิจะแข่งว่ายน้ำกับพวกน้องรินะ น้าเอกช่วยเป็นกรรมการให้ทีได้ไหม"
เสียงหวานๆ ของน้องซุกุมิถาม ผมเอื้อมมือไปลูบไล้ทรวงอกงามเบื้องหน้าอย่างทะนุถนอม ก่อนดึงร่างนั้นมาจูบปากหนักๆ ครั้งหนึ่ง
"เอาซี..มีใครแข่งบ้างล่ะ" น้องซูกุมิตีมือผมเบาๆ ครั้งหนึ่ง

"มือน้าเอกนี่ซนที่สุด เข้าใกล้ทีไรเป็นได้จับนมแหย่หีทุกที เดี๋ยวซุกุมิ ริโฮจัง ทากาโอะจัง เทนกะจัง และ น้องมายุ จะแบ่งเป็นทีมหนึ่ง ส่วนน้องรินะ น้องโทโมเอะ น้องมิซูกิ น้องพิงค์ และน้องอิงค์จะเป็นอีกทีม ถ้าทีมใครแพ้คืนนี้ต้องช่วยให้ทีมชนะเย็ดน้าเอกแต่ห้ามเย็ดเองทั้งคืน"

"ว้า…น้าตั้งใจว่าจะเย็ดทุกคนเลยนะคืนนี้"
ผมแกล้งบ่นไปอย่างนั้นเอง เพราะการร่วมรักกับเด็กหญิงทั้งสิบคนพร้อมกันทั้งคืน ดูจะเป็นไปไม่ได้เลยแม้จะเป็นร่างกายพิเศษของผมก็ตาม น้องซุกุมิค้อนผมอย่างน่ารัก แล้วลุกขึ้นกลับไปที่สระน้ำเพื่อรวมกลุ่มกับทุกคน ผมมองตามร่างน้องซูกุมิแล้วนึกถึงภาพที่ผมแรกพบน้องซูกุมิบนดาดฟ้าแมนชั่น เดิมก่อนที่จะตกลงมาด้วยกัน ใจนึกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ผมและน้องซูกุมิรอดชีวิตมาจนเป็นจุดเริ่มต้นของ ชีวิตที่สมบูรณ์ของผมในปัจจุบัน
บทแทรกที่ 5
ดร.นาโอมิเดินนำ พ.อ.สมิธมายังหลอดแก้วที่อยู่เคียงข้าง หลอดของนายเอกราช แสงไฟสีเขียวกระพริบอยู่ข้างแผ่นป้ายซึ่งเขียนไว้ว่า
ซูกุมิ ชินโนฮาร่า B1
อาการเริ่มต้น 5 ม.ค.2005
ดร.นาโอมิชี้ให้ดูแฟ้มบางๆ ที่มอบให้ พ.อ.สมิธ แล้วพูดเบาๆ ขณะที่ พ.อ.สมิธเปิดแฟ้มอ่านอย่างสนใจ
"ดิฉันได้ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลการเกิดคลื่นสมอง Alpha 9 ของนายเอกราชร่วมกับทุกคนที่เหลือ พบว่ามีการเกิดพร้อมกับผู้อื่นอีก 16 คน แต่มี 13คนที่เกิดเป็นประจำซึ่งก็คือหลอดที่มีไฟกระพริบทั้งหมด"
ดร.นาโอมิชี้ไปที่ร่างของเด็กหญิงในหลอดแก้ว
"เด็กหญิงซูกุมิคนนี้เป็นคนแรก ที่เกิดอาการแพนโดร่าต่อจากนายเอกราช คือตอนที่คลื่นสมองของนายเอกราชกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากหยุดไป 5 วัน เด็กคนนี้ซึ่งเฝ้าอาการของนายเอกราชอยู่ที่โรงพยาบาลก็ล้มหมดสติแล้วเข้าสู่ อาการแพนโดร่า สัญญานสมองช่วงต้นสอดคล้องกับสัญญานของนายเอกราชราวกับว่าคนทั้งสองได้พูด คุยกันตลอดเวลา หลังจากนั้นอีก 21 วันผู้ที่พักอยู่ในเอกราชแมนชั่นของนายเอกราชทุกคนจำนวน 79 คนก็เข้าสู่กลุ่มอาการเดียวกัน ทำให้เกิดเป็นข่าวใหญ่ที่กรุงเทพฯ จนองค์การอนามัยโลกต้องเข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากสงสัยว่าอาจเป็นการแพร่ระบาด ของเชื้อโรค แต่ไม่พบอะไร ทำให้ต้องส่งร่างของทุกคนมาอยู่ที่โรงพยาบาล และ ย้ายนายเอกราชกับ ด.ญ.ซูกุมิมารวมไว้ด้วยกัน เพื่อตรวจสอบสาเหตุ"
พ.อ.สมิธ เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มแล้วถามเบาๆ
"แล้วสัญญานแสดงเพศสัมพันธ์ของนายเอกราชล่ะ ครับ"

ดร.นาโอมิ ชี้ไปที่ตารางบนแฟ้มของนายเอกราชซึ่งหญิงสาวถืออยู่ในมือ
"สัญญาน Alpah 9 เริ่มปรากฏต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2005 พร้อมกับกลุ่มอาการแพนโดร่าเกิดขึ้นกับนักแสดงภาพยนต์และนักร้องหญิงของ ประเทศไทยจำนวน 16 คนโดยทุกคนทยอยกันเข้าสู่กลุ่มอาการห่างกัน 1 วัน ที่น่าสนใจคือหลังจากดิฉันได้ประมวลเวลาที่นายเอกราชเกิดคลื่นสมอง Alpha 9 กับการเข้าสู่ภาวะแพนโดร่าของกลุ่มนักแสดงนักร้อง พบว่าสอดคล้องกัน ซึ่งดูเหมือนว่าเมื่อนายเอกราชเกิดคลื่น Alpaha 9 ก็จะมีนักแสดงหรือนักร้องหญิงคนหนึ่งหมดสติเข้าภาวะแพนโดร่า ที่น่าสนใจคือหลังจาก ด.ญ.ซูกุมิ เกิดคลื่นสมอง Alpha 9 เป็นครั้งแรกเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2005 ซึ่งเป็นการเกิดพร้อมกับนายเอกราช หลังจากนั้นการเกิดอาการแพนโดร่าในกลุ่มนักแสดง และ นักร้องหญิงได้หยุดลง อย่างสิ้นเชิง และคลื่นสมองของนายเอกราชจะเกิดพร้อม ด.ญ.ซูกุมิเท่านั้น"

พ.อ.สมิธ พึมพัมออกมา พลางพิจารณาใบหน้างดงามในหลอดแก้ว
"ฟังดูคล้ายกับนายเอกราช เที่ยวไปมีเพศสัมพันธ์กับดารานักร้อง 16 คน แต่หยุดลงหลังจากมีเพศสัมพันธ์กับเด็กหญิงคนนี้ แต่เด็กคนนี้หน้าตาน่ารักจริงๆ"
ดร.นาโอมิพยักหน้ารับ
"ความถี่ของการเกิด Alpha 9 ของทั้งคู่สูงมากจนและส่วนใหญ่จะเกิดช่วงเวลากลางคืน จนแทบเรียกได้ว่าตลอดเวลา แต่หลังจากนั้นอีก 14 วันก็พบความสัมพันธ์แบบเดียวกันกับเด็กหญิงอีกคนหนึ่งซึ่งจากการตรวจสอบ ประวัติแล้วพบว่าเป็นเพื่อนสนิทของ ด.ญ.ซูกุมิ "
ร่างเปลือยของน้องริโฮ ว่ายตรงเข้ามาที่ขอบสระ ซึ่งน้องซูกุมิรอที่จะสัมผัส มือเพื่อว่ายต่อ น้องริโฮเป็นคนแรกของทีมน้องซูกุมิที่กำลังแข่งว่ายน้ำ กับทีมของน้องรินะ ทีแรกผมคิดว่าทีมของน้องซูกุมิคงจะชนะขาดลอยเนื่องจากมีรูปร่างที่เติบ โตกว่าทีมของน้องรินะ แต่ผมกลับผิดคาด เพราะน้องรินะซึ่งเป็นคนแรกในทีมกลับว่ายอย่างรวดเร็วจนนำ น้องริโฮหลายช่วงตัว ซึ่งคงเป็นผลมาจากการที่น้องรินะว่ายน้ำเป็นประจำทุกวันในขณะที่น้องริโฮชอบ ที่จะอ่านหนังสือตามประสาเด็กรักเรียนมากกว่า

น้องรินะขึ้นจากสระ หลังจากส่งมือให้น้องโทโมเอะสัมผัส ร่างเปลือยบอบบางกระโดดมากอดผมทันทีจนหน้าอกกระทัดรัดอัดแน่นอยู่กับอกผม แล้วแกล้งส่งเสียงดังๆให้น้องซูกุมิได้ยิน ก่อนผละวิ่งไปรวมกลุ่ม
"อิ อิ วันนี้พี่ซูกุมิต้องช่วยให้รินะเย็ดน้าเอกแน่เลย"

น้องซูกุมิย่นจมูกล้อเลียนน้องรินะ ก่อนสัมผัสมือน้องริโฮแล้วพุ่งลงสระไปในทันที ผมเอื้อมมือไปช่วยดึงน้องริโฮขึ้นมาจากสระ น้องริโฮโผเข้ากอดผมแน่นบ่นเบาๆ
"โอ๊ย น้าเอก ริโฮเหนื่อยจัง"

ผมกอดน้องริโฮตอบ สองมือกุมหน้าอกตูมเต่งของน้องริโฮบีบไปมา
"งั้นน้านวดให้ริโฮจังนะ จะได้หายเหนื่อย"

น้องริโฮผละออกจากร่างผม แลบลิ้นอย่างน่ารัก
"ยังไม่ต้องนวดริโฮหรอก คืนนี้น้าเอกโดนริโฮนวดแน่ๆ"

ร่างอวบอัดหันกลับไปหาน้องทากาโอะที่กำลังจับจ้องน้องซูกุมิในสระเพื่อ เตรียมเปลี่ยนตัว ผมมองตามสะโพกน้องริโฮแล้วยิ้มออกมา เมื่อนึกถึงคืนที่เด็กหญิงเย็ดกับผมเป็นครั้งแรก น้องริโฮผู้ขี้อายในวันนั้นกลายมาเป็นน้องริโฮที่สดใสร่าเริงพร้อมรับการ เย็ดในวันนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
บทแทรกที่ 6
ดร.นาโอมิ เดินผ่านหลอดแก้วที่เรียงรายมุ่งไปที่แสงไฟกระพริบสีเขียวเบื้องหน้า แล้วหยุดลงที่ป้ายระบุชื่อของผู้ที่อยู่ในหลอดแก้ว
ริโฮ ไอดะ B80
อาการเริ่มต้น 26 ม.ค.2005
ดร.นาโอมิ หยิบแฟ้มชุดหนึ่งยื่นให้ พ.อ.สมิธ ก่อนเริ่มอธิบาย
"ด.ญ.ริโฮ พักอยู่ที่เอกราชแมนชั่น ร่วมกับครอบครัว เข้าสู่อาการแพนโดร่า พร้อมกับผู้พักในแมนชั่น คลื่นสมองส่วนใหญ่ของ ดญ.ริโฮ จะสัมพันธ์กับ ด.ญ.ซูกุมิ แต่เริ่มปรากฏคลื่น Alpha 9 ในวันที่ 14 มี.ค.2005 พร้อมกับนายเอกราช หลังจากนั้น ทั้งนายเอกราช ด.ญซูกุมิ และ ด.ญ.ริโฮ ก็เกิดคลื่นนี้ร่วมกัน และบางครั้งก็เกิดแทบในเวลาเดียวกันกับ ด.ญ.ซูกุมิ"
พล.สมิธ พิจารณาร่างเด็กหญิงในหลอดแก้วแล้วเอ่ยขึ้นราวกับพูดกับตนเอง
"ฟังดูเหมือนมีเซ็กส์หมู่เลย"
ดร.นาโอมิหน้าแดงเล็กน้อย พิจารณาใบหน้ากลมน่ารักของเด็กหญิงในหลอดแก้ว ราวกับจะจำให้ขึ้นใจ ก่อนถอนหายใจเบาๆ แล้วหันมาตอบ พ.อ.สมิธ
"ถ้าวิเคราะห์ตามข้อมูลก็คงเป็นการมีเพศสัมพันธ์ร่วมกันทั้งสามคน แต่ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจกว่านั้นอีก คือในอีกสามสัปดาห์ต่อมา.."
ร่างเปลือยของน้องซูกุมิ และ น้องโทโมเอะแทบจะกลับมาแตะ น้องทากาโอะและน้องมิซูกิที่รออยู่พร้อมกัน แต่น้องทากาโอะดูจะพุ่งตัวออกไปก่อนน้องมิซูกิเล็กน้อย ร่างเปลือยงดงามที่ด้านหลังของน้องทากาโอะแสดงความงามสมบูรณ์ของสะโพกวัย สาวอย่างเต็มที่ ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงการร่วมรักทางด้านหลังกับน้องทากาโอะที่ทำ เอาเด็กสาวติดใจ และเรียกร้องให้ผมใช้การร่วมทางทวารหนักปิดท้ายเสมอ

ร่างน้องทากาโอะพุ่งผ่านน้ำไปอย่างรวดเร็ว และเริ่มทิ้งห่างน้องมิซูกิออกไป คงเป็นเพราะร่างกายที่เจริญเติบโตเกินวัยของน้องทากาโอะที่ทำให้เด็กสาวได้ เปรียบในการแข่งขัน เมื่อเทียบกับน้องทุกคนแล้วน้องทากาโอะดูจะเติบโตเป็นสาวที่สุดราวกับอายุ 16 - 17 มากกว่าจะอายุ 13 ตามความเป็นจริง ใบหน้าหวานสดใส และ รูปร่างที่อวบอิ่มสมบูรณ์เกินวัย ทำให้ทุกครั้งที่น้องทากาโอะออกไปข้างนอก จะมีชายหนุ่มทุกวัยพยายามแวะเวียน เข้ามาทำความรู้จักเป็นประจำ

น้องทากาโอะว่ายกลับมาแตะมือน้องเทนกะ โดยนำหน้าน้องมิซูกิเกือบสองช่วงตัว แล้วยกมือขึ้นเป็นสัญญานให้ผมช่วยดึงขึ้นจากน้ำ ผมรีบเข้าไปดึงร่างสูงโปร่งงดงามขึ้นมา น้องทากาโอะโผเข้ากอดผมแน่นนมเต่งตึงที่ปลายงอนชี้ขึ้นเล็กน้อยประกบอยู่กับ หน้าอกผม ความนุ่มนวลและหยุ่นตึงของมันกระตุ้นอารมณ์จนแทบทำให้ผมอยากจะจับน้องทากา โอะเย็ดเสียตรงนั้น มือผมบีบสะโพกกลมกลึงแรงๆ น้องทากาโอะหน้าแดงเมื่อรับรู้ว่าควยผมกระดกขึ้นสียดสีเนินหีงดงามของร่าง เปลือยเบื้องหน้า แต่ผมต้องชะงักเมื่อมือน้อยๆ ข้างหนึ่งมากำควยผมไว้แน่นพร้อมเสียงใสๆ ดังขึ้น
"แน่ะ แน่ะ อย่าขี้โกงสิ…มิซูกิเห็นนะ"

น้องมิซูกิหัวเราะก๊กกั๊ก ดึงควยผมออกจากเนินหีน้องทากาโอะ ทำให้น้องทากาโอะหันไปกอดร่างเด็กหญิง แล้วบีบเต้านมน้อยๆ เบื้องหน้าอย่างมันเขี้ยว
"งั้นมิซูกิจังมาช่วยทากาโอะดีไหม"

น้องมิซุกิร้องกรี๊ด ปล่อยมือจากควยผมแล้ววิ่งไปรวมกลุ่มกับน้องรินะ ส่วนน้องทากาโอะยิ้มให้ผมอย่างสดใสแล้วเดินไปหาน้องซูกุมิ

น้องเทนกะว่ายกลับมาที่ขอบสระอย่างรวดเร็ว แม้จะนำหน้าน้องพิงค์อยู่ แต่ดูเหมือนว่าน้องพิงค์กำลังไล่ตามเข้ามาทุกขณะ ซึ่งคงเป็นเพราะน้องพิงค์เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนเดิม และใช้ชีวิตกลางแจ้งที่เกาะไม้ขาวเป็นประจำ แต่ในที่สุดน้องเทนกะก็เข้าสัมผัสมือน้องมายุก่อนน้องพิงค์ครึ่งช่วงตัว น้องมายุกับน้องอิงค์พุ่งตัวออกไปไร่เลี่ยกัน ทิ้งให้น้องเทนกะกับน้องพิงค์หอบแฮ่กๆ อยู่ที่สระน้ำ ผมเดินไปยื่นมือให้ทั้งคู่แล้วดึงร่างน้อยๆ ขึ้นมาพร้อมกัน ร่างเปลือยที่ค่อยๆ พ้นน้ำจากหน้าอกไปถึงเนินหีของทั้งสอง ยิ่งทำให้ควยผมที่แข็งจากน้องทากาโอะเมื่อครู่ กลับแข็งยิ่งขึ้นไปอีก หน้าอกอวบครัดเคร่งของน้องเทนกะชุ่มไปด้วยหยดน้ำ หัวนมเล็กจิ๋วที่โผล่พ้นป้านสีน้ำตาลอ่อน ดูน่าลิ้มลองรสชาติของหัวนมบอดที่ เพิ่งพัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นรูปร่าง โหนกหีอวบอูมที่ซ่อนความลับสุดยอดของร่องหลืบแนวคลื่นเปล่งประกายกลางแสงแดด ยามบ่าย ไรขนที่เริ่มขึ้นรางๆ แนบตัวเองกับสองแคมอวบเพิ่มความน่าสนใจและชวนให้ลองชิมความสุดยอดของหีที่ แสนรัดรึงภายใน ส่วนน้องพิงค์แม้หน้าอก จะไม่เติบโตเท่าน้องเทนกะ แต่เรือนร่างเพรียวบนลำขาที่แข็งแรงได้รูป ประดับด้วยเนินหีไร้ขนที่เปียกชุ่มจากน้ำในสระและหยดเป็นสายลงมาตามร่องหี เล็กๆ ก็เป็นภาพที่กระตุ้นอารมณ์ได้ไม่แพ้น้องเทนกะเลย
'เหนื่อยจังเลยน้าเอก' เสียงทางจิตของน้องพิงค์ดังขึ้นในสมองผม

'งั้นคืนนี้น้าช่วยปลอบให้หายเหนื่อยนะ'
'อิ อิ งั้นพิงค์กับน้องอิงค์จะลุยน้าเอกพร้อมกันเลย ดีไหม'

ผมสื่อสารทางกระแสจิตตอบน้องพิงค์ ขณะที่สองแขนโอบน้องเทนกะและน้องพิงค์ไว้คนละข้าง หน้าอกอวบอัดของน้องเทนกะเบียดผมแน่น จนควยผมแข็งปั๋ง มือผมลูบไปที่สะโพกของทั้งสองดังเข้าหาตัวแล้วบีบเน้นหนักๆ ก่อนไล้ผ่านร่องหีอวบอิ่ม
"อูย..น้าเอก..เย็ดเทนกะตอนนี้เลยได้ไหม"
เสียงน้องเทนกะคราง ส่ายหน้าอกเสียดสีร่างผมไปมา ผมเอื้อมือไปลูบไล้เนินหีเบื้องล่างเพื่อพบว่ามันกำลังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำรัก แต่เสียงน้องพิงค์รีบขัดขึ้น
"อ๊ะ อ๊ะ พี่เทนกะอย่าโกงนะ…ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะเลย"

ผมหัวเราะดึงร่างทั้งสองเข้ามากอดแน่น แล้วแกล้งบ่นดังๆ
"เทนกะจังกับน้องพิงค์น่ารักขนาดนี้ น้าไม่สนใจผลแข่งขันหรอก ขอน้าเย็ดทั้งคู่เลยตอนนี้ได้ไหม"

น้องเทนกะมองน้องพิงค์แล้วพยักหน้ารับพร้อมกัน ผมดันร่างน้องเทนกะให้หงายลงกับเก้าอี้ริมสระ แล้วกดควยที่กำลังแข็งโป๊กจมลง ไปในร่องหีที่แสนเย้ายวนเบื้องหน้า น้องพิงค์รีบคุกเข้าลงกอดท่อนบนน้องเทนกะไว้แล้วดุนดันหน้าอกคู่งามไปมา

"โอ๊วส์….ดีจังน้าเอก"

เสียงน้องเทนกะคราง เมื่อควยผมจมเข้าไปจนสุด ร่องหลืบแนวคลื่นเริ่มทำงานตอดรับลำควยจนความเสียวพลุ่งพล่าน ผมเริ่มโยกกระเด้าขึ้นลงช้าๆ
"ไม่เอา เทนกะจังขี้โกง"
"พี่เทนกะ แย่งไปแล้ว"
"โห..น้าเอก เย็ดพี่เทนกะตรงนี้เลยหรือ"

"อูยส์ น้าเอก เดี๋ยวเย็ดทากาโอะต่อนะ"

เสียงสาวๆ ประสานกันเซ็งแซ่รอบตัวผม ทุกคนมาล้อมเก้าอี้พักผ่อนที่ผมกำลังเร่งกระเด้ารูหีน้องเทนกะ ร่างเปลือยของนางฟ้าตัวน้อยๆ ที่รุมล้อมผมอยู่ยิ่งทำให้ควยผมแข็งสุดๆ เมื่อประกอบกับการถูกบีบรัดจากร่องหลืบแนวคลื่นของน้องเทนกะ ความเสียวยิ่งทวีขึ้นจนผมต้องเร่งการกระเด้าถี่ยิบ ร่างอวบอัดของน้องเทนกะกระเด้งรับบนเก้าอี้ ส่ายหน้าร้องลั่น
"อ๊าย…นะ น้าเอก…โอ๊วส์…"

ร่องหลืบสุดยอดที่บีบรัดลำควยผมเกร็งอย่างรุนแรงเป็นจังหวะ น้องเทนกะแอ่นสะโพกสุดตัว เพื่อรับควยให้ลึกที่สุดก่อนทิ้งร่างลงกับเก้าอี้ ผมถอนควยออกจากรูหีเบื้องหน้า จับร่างน้องพิงค์ที่ยังคงเคล้นคลึงหัวนมบอดของ น้องเทนกะให้หงายขึ้นแล้วสอดควยเข้าสู่รูหีไร้ขนที่ผมแสนติดใจ ความฉ่ำเยิ่มจากการที่เห็นผมเย็ดน้องเทนกะเบื้องหน้าทำให้ควยผมเคลื่อนจม เข้าไปในหีน้องพิงค์ จนมิด
'อูวส์..น้าเอก…แน่จัง'

น้องพิงค์ยกตัวขึ้นโอบรอบคอผมแน่น ปล่อยให้ผมเป็นฝ่ายกระเด้ารูหีน้อยๆ ในท่านั่ง ท่ามกล่างสายตาของทุกคนที่กำลังรุมล้อม

"อื้อฮือ..น้องพิงค์เก่งจัง อายุ 9 ขวบเองแต่รับควยน้าเอกได้หมดเลย"
"หีน้องพิงค์สวยจัง…"
"ดูสิ..น้าเอกเร่งแล้วล่ะ"

เสียงรอบข้างดังเซ็งแซ่แต่ความสนใจผม อยู่ที่ความรัดรึงของรูหีวัยเยาว์ที่ กำลังขมิบรับแท่งควยผมอย่างสุดความสามารถ ผมจูบแลกลิ้นกับน้องพิงค์อย่างหนัก แต่ยังคงสื่อสารทางจิตต่อเนื่อง

'โอ๊ย..นะน้าเอก เสียวจี๊ดๆ แล้ว'
'น้าก็เสียว..หีน้องพิงค์เยี่ยมไปเลย'

'โอ๊ย..เสียว…พิงค์จะไปแล้ว น้าเอกฉีดน้ำควยเข้ามาเลยนะ…'
'น้า ก็จะ มาแล้ว…ไปพร้อมกันเลยนะ'

ผมอัดสะโพกเป็นครั้งสุดท้าย น้ำรักที่อัดแน่นพุ่งทะลักเข้าสู่มดลูกเยาว์วัย น้องพิงค์สะดุ้งเฮือกร่างกายเกร็งกอดผมแน่นก่อนฟุบร่างลงอย่างหมดแรง

ผมถอนควยออกจากหีน้องพิงค์ แล้วหันไปพบกับสายตาคาดหวังอีกแปดคู่ที่รออยู่รอบด้าน เสียงน้องรินะดังขึ้นแบบบ่นๆ
"โห..ไม่รอผลแพ้ชนะเลยหรือเนี่ย รินะอุตส่าห์จัดแข่งขัน น้าเอกเย็ดพี่เทนกะกับน้องพิงค์ไปซะแล้ว"

ผมคว้าร่างบอบบางเบื้องหน้าให้ล้มตัวลงกับตักแล้วอุ้มขึ้นไปที่เก้าอี้อีกตัวหนึ่ง

"งั้นเพื่อความยุติธรรม น้าจะเย็ดคนจัดการแข่งขันละนะ"
บทแทรกที่ 7
"คลื่น alpha 9 ปรากฎเพิ่มขึ้นที่เด็กหญิงอีกสองคนแทบจะพร้อมกัน ด.ญ.ซูกุมิ และ ด.ญ.ริโฮ"
ดร.นาโอมิบรรยายต่อเนื่องขณะที่เดินนำ พ.อ.สมิธ ไปที่หลอดแก้วอีกสองหลอดที่อยู่เคียงข้างกัน ไฟกระพริบสีเขียวเต้นเป็นจังหวะสะท้อนแววตาของ ดร.นาโอมิ ที่ทอแววสับสน เบื้องหน้าเป็นป้ายบอกรายเละเอียดของบุคคลในหลอดแก้ว
ทากาโอะ อายะซูกิ B83
อาการเริ่มต้น 27 ม.ค.2005

เทนกะ ฮาชิโมโต้ B84
อาการเริ่มต้น 27 ม.ค.2005
"เด็กหญิงทั้งสองคนนี้เข่าสู่ภาวะแพนโดร่าพร้อมกับทุกคนในแมนชั่น ซึ่งมีข้อน่าสนใจที่ ด.ญ.ทากาโอะ เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ได้พักในแมนชั่นเช่นคนอื่นๆ แต่พักอยู่กับบิดามารดาที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น'
ดร.นาโอมิ อธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ พ.อ.สมิธถามแทรกขึ้น
"หมายความว่ายังไงครับ"
"การที่ ด.ญ.ทากาโอะเข้าสู่ภาวะแพนโดร่าพร้อมคนในแมนชั่น ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในที่เดียวกัน แสดงว่าสาเหตุของแพนโดร่าไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค การติดต่อในรูปแบบใดๆ ซึ่งเมื่อประมวลประวัติแล้วพบว่า ด.ญ.ทากาโอะ และ ด.ญ.เทนกะ เป็นเพื่อนสนิทของ ด.ญ.ซูกุมิ และ ด.ญ.ริโฮ จึงเหลือความเป็นไปได้เพียงประการเดียวเท่านั้น ถึงสาเหตุของอาการแพนโดร่า"

พ.อ.สมิธ กลืนน้ำลายลงคอ แล้วถามเบาๆ "สาเหตุคืออะไรครับ"
ดร.นาโอมิ ปิดแฟ้ม สายสายตากับผู้บังคับบัญชา The cave แล้วตอบอย่างจริงจัง
"การเหนี่ยวนำทางจิตระหว่างผู้มีอาการกับบุคคลภายนอกที่สนิทสนมคุ้นเคย"
"การเหนี่ยวนำทางจิต หมายความว่ามันแพร่กะจายไปสู่ทุกคนที่สนิทและคุ้นเคยกับผู้ป่วยหรือครับ"
ดร.นาโอมิพยักหน้ารับ
"ถูกต้องค่ะ และมีสิ่งยืนยันคือหลังจากเกิดคลื่น alpah 9 ระหว่างนายเอกราชกับเด็กหญิงทั้งสี่คน จำนวนผู้เข้าสู่อาการแพนโดร่าขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ และจากการตรวจสอบพบว่าทุกคนมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งห้า จนมีจำนวนผู้เกิดอาการ 168 คน ซึ่งนั่นเป็นช่วงที่ทางสหประชาติให้ความสนใจและขอให้สหรัฐฯ ช่วยย้ายผู้ป่วยไปยังสถานที่ที่ควบคุมได้ แต่ดิฉันเพิ่งทราบว่ามีการย้ายผู้ป่วยทั้งหมดมาที่ The Cave ในวันนี้"
พ.อ.สมิธ มีสีหน้าลำบากใจ เสียงถอนหายใจดังขึ้นก่อนตอบอย่างจริงจัง
"ในเมื่อ ดร.นาโอมิเป็นลูกสาวของท่านวุฒิสมาชิกโรเบิร์ต ผมก็คงไม่ต้องบิดบังว่าสาเหตุที่กองทัพสหรัฐฯ ย้ายผู้มีอาการทั้งหมดมาที่นี่ก็เพื่อวิจัยอาการแพนโดร่าเพื่อหาเชื้อโรคที่ ทำให้เกิดการติดต่อและปรับมาสร้างเป็นอาวุธชีวะภาพ"
"อาวุธเชื้อโรค" ดร.นาโอมิ อุทานปิดปากอย่างตกใจ
พ.อ. สมิธ ฝืนยิ้ม "ครับอาวุธเชื้อโรคเพื่อใช้ต่อผู้ก่อการร้าย แต่ในเมื่อ ดร.นาโอมิยืนยันว่าอาการนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค การวิจัยทั้งหมดก็คงไร้ประโยชน์ ผมคงต้องเสนอขอปิดการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างทั้ง 487 ตัวอย่างนี้" ดร.นาโอมิ พยักหน้ารับ "แล้วจะย้ายทั้งหมดไปที่ไหนล่ะค่ะ"

พ.อ.สมิธ มีสีหน้าลำบากใจ ก่อนตอบเบาๆ "เราย้ายไม่ได้ครับ เพราะสถานที่แบบนี้มีแห่งเดียวในโลก แต่เราก็ปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ต่อไปไม่ได้เช่นกัน เพราะ The Cave เป็นต้นแบบที่สมบูรณ์ที่สุดของการทดลองแช่แข็งมนุษย์ เราจำเป็นต้องใช้สถานที่นี้เพื่อการทดลองต่อไป"
ดร.นาโอมิ มีสีหน้าตกใจ อุทานออกมา "อย่าบอกนะค่ะ ว่าทั้งหมดจะต้อง..."
พ.อ.สมิธ พยักหน้ารับอย่างเศร้าๆ "ครับ เราจำเป็นต้องกำจัดตัวอย่างทั้งหมด"
"อูวส์…..ม่ายหวายแล้วน้าเอก"

น้องมิซูกิครางลั่น ขณะที่ผมนั่งบนเก้าอี้ทำงาน โดยมีร่างเปลือยน้องมิซูกิอยู่บนตัก ลำควยมันปลาบด้วยน้ำรักเคลื่อนเข้าออกรูหีน้องมิซูกิทางด้านหลังราวกับลูก สูบของเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างหนัก ร่างน้อยบิดส่ายไปมาด้วยความเสียว จากการถูกเย็ดรูหีอวบอัดที่คว่ำย้อยมาทาง ด้านหลัง สองมือผมเคล้นคลึงเต้าเต่งตึงไปมา แรงสะท้อนของเต้านมเด็กหญิงวัยแรกสาวที่ทั้งนุ่มนวลและสู้มือไปพร้อมๆ กัน ทำให้ผมเผลอขยำจนน้องมิซูกิต้องร้องครางออกมา

หัวควยที่บานพองเต็มที่อยู่ในร่องหลืบกระตุกงึกงัก เป็นสัญญานว่าน้ำรักของผม กำลังจะทะลักออกมาอีกแล้ว ผมกระเด้งสะโพกเข้าอัดสะโพกครัดเคร่งบนตัก ตอบโต้การยกตัวขึ้นลงของน้องมิซูกิที่ยันมือไว้บนโต๊ะทำงาน ร่างเด็กหญิงสั่นระริกแต่ยังกระเด้าสะโพกโต้ตอบโดยไม่ยอมแพ้

"อ๊าววววววววว…."

น้องมิซูกิร้องลั่น เมื่อผมลั่นกระสุนน้ำรักชุดใหญ่เข้าสู่ร่องหลืบ ที่กระตุกรับแรงขมิบหัวควยภายในรูหีเพิ่มความเสียวสุดยอดให้ผมจนต้องดึงร่างน้อยลงมากอด ไว้แน่น น้องมิซูกิหงายร่างลงกับหน้าอกผม ผ่อนลมหายใจยาว

"โอย..น้าเอก มิซูกิแค่จะมาถามน้าเอกว่าจะกินอะไรกลางวัน ไหงโดนน้าเอกเย็ดอีกจนได้ก้ไม่รู้"

ผมซุกไซร้ซอกคอสาวน้อย จนน้องมิซูกิหดตัวหัวเราะกิ๊กด้วยความจั๊กกระจี้
"ก็มิซูกิจังแต่งตัวอย่างนี้มา ใครจะอดใจไหวล่ะ"

ผมหยิบกระโปรงสั้นจู๋ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน และเสื้อยืดสายเดี่ยวตัวน้อย ที่ผมแทบจะกระชากมันทิ้งเมื่อเห็น แล้วดึงตัวน้องมิซูกิมาเย็ดทั้งที่ยังนั่งทำงานอยู่ น้องมิซูกิขยับยกสะโพกถอนควยที่ฝังอยู่ออกเสียงดังพล็อก ก่อนรับชุดแสนชุดแสนเซ็กซี่ที่ผมหยิบขึ้นมาให้ แล้วขยับตัวลงจากเก้าอี้ทำงาน แต่งตัวพลางบ่นพึมพัม
"ไม่รู้น้าเอกเอาแรงมาจากไหน เย็ดมิซูกิได้ทุกวัน มิซูกิกลัวน้าเอกจะเบื่อมิซูกิซะก่อนนะ"

ผมดึงร่างเด็กหญิงที่ผมตั้งใจจะให้เป็นคนดูแลธุรกิจของผมในอนาคตมากอด แล้วกระซิบเบาๆ
"น้าไม่มีวันเบื่อมิซูกิจังหรอก.."

น้องมิซูกิหันมาจูบผมที่ปากแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตู ก่อนหันกลับมาบอกผม

"น้าเอกรีบลงมาทานอาหารกลางวันนะ วันนี้รับรองน้าเอกจะต้องแปลกใจ"

น้องมิซูกิยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้ววิ่งออกจากห้องทำงานไป ผมมองตามร่างนั้นด้วยความเอ็นดูก่อนลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมลงไปทานอาหารกับ ทุกคนที่ห้องอาหารรวม

ผมและเมียทั้งสิบ ย้ายมาอยู่ที่แมนชั่นบางกระเจ้าได้อาทิตย์เศษแล้วทุกสิ่ง ราบรื่นราวกับความฝัน เมียผมทุกคนสนองตอบความต้องการของผมอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเวลาใด จนผมเองก็รู้สึกแปลกใจตัวเองที่เกิดอารมณ์ต้องการร่วมรักได้ตลอดเวลาทันที ที่เห็นเมียคนหนึ่งคนใดผ่านเข้ามาในสายตา น่าแปลกที่ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายการเย็ดกับทุกคน การเย็ดทุกครั้ง ดูราวกับเป็นการเย็ดครั้งแรกไม่ว่าจะเป็นความตื่นเต้นหรือ อามรณ์ที่พลุ่งพล่าน จนทำให้ผมเกิดความต้องการได้แทบตลอดเวลา ต่างกับประสบการณ์ที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งหากผมมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใด เพียง 3 - 4 ครั้งผมก็จะเริ่มเบื่อหน่าย แต่การเย็ดกับเด็กหญิงเมียผมทั้งสิบคน ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ผมเฝ้ากระเด้าและโลมไล้ร่างกายเยาว์วัยของทุกคนอย่างมีความสุข การเย็ดทุกครั้ง ยิ่งเพิ่มความต้องการของผมให้วนเวียนอยู่กับร่างของเมียทุก คนโดยไม่เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย

ผมแต่งตัวเสร็จ แล้วลงมาเพื่อรับประทานอาหารกลางวันกับทุกคน สิ่งหนึ่งที่ผมยังไม่ชอบใจนักคือโรงครัวของที่นี่ปรุงอาหารได้ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทุกคนออกปากบ่นเสมอ จนผมเองก็พยายามติดต่อหาแม่ครัวที่มีฝีมือดีมาประจำ แทนที่แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไร้ผล

ที่โต๊ะอาหารใหญ่ เมียผมทุกคนนั่งรอรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา สีหน้าทุกคนมีแววประหลาดราวกับกลั้นยิ้มไว้ จนผมรู้สึกถึงความผิดปกติ กลิ่นอาหารที่ลอยมายิ่งทำให้ผมแปลกใจ เพราะความหอมชวนกินดูจะเป็นสิ่งแปลก ปลอมสำหรับห้องอาหารนี้ ผมนั่งลงที่โต๊ะพบว่าที่นั่งข้างผมทั้งสองด้านว่างอยู่ สายตาผมมองที่อาหารด้วยความแปลกใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหรือการจัดแต่ง อาหารดูจะงดงามผิดแปลกจากอาหารที่กินกันมาตลอดอาทิตย์
"เดี๋ยวรอหม้อไฟสุกี้ยากี้ก่อนนะน้าเอก โทโมเอะจังกำลังไปช่วยยกมา"

น้องรินะบอกผมเสียงใสแจ๋ว น้ำเสียงมีแววพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่ ผมหันไปสบตาทุกคนในโต๊ะที่ดูราวกับว่าอยากเห็นผมพบกับความแปลกใจครั้งใหญ่ เสียงประตูห้องครัวเปิดขึ้น น้องโทโทเอะประคองจานผักสดนำหน้าร่างสูงโปร่งที่ยกถาดหม้อสุกี้ควันกรุ่น เดินตามเข้ามา ผมจับตาใบหน้างดงามที่คุ้นเคยนั้นอย่างตกตะลึงจนต้องร้องออกมา
"ยูโกะ"

น้องยูโกะยิ้มให้ผมอย่างอ่อนหวาน ใบหน้าของหญิงสาวงามสดใส ต่างจากวันที่ผมไปส่งให้เดินทางกลับไปแต่งงานที่ญี่ปุ่น ร่างงามเดินมาข้างๆ ผมแล้ววางหม้อไฟลงด้านหน้าผม ก่อนทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างแล้วจูบ แก้มผมเบาๆ โดยไม่สนใจสายตาของน้องๆ ทุกคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะรอบด้าน

"ยูโกะมาเมื่อไหร่ มาได้ยังไงนี่"

ผมครางออกมา
ยูโกะหัวเราะกิ๊กแล้วโถมกอดผมแน่น จนหน้าอกตูมตั้งอัดเข้ากับท่อนแขนผม เสียงกระซิบของยูโกะดังข้างหู

"ยูโกะจะกลับมาอยู่กับพี่เอก ไม่จากพี่เอกไปไหนอีกแล้ว"

ผมกอดตอบหญิงสาวผู้น่ารักและน้ำใจงดงามอย่างลืมตัว
"แล้วทางญี่ปุ่น…"

ยูโกะส่ายหน้า บอกผมเบาๆ

"ยูโกะหนีมาถึงที่นี่เมื่อวานนี้ ไปหาพี่เอกที่แมนชั่นเดิม คุณติ๋วบอกว่าพี่เอกพาเมียทุกคนมาอยู่ที่นี่ ยูโกะเลยให้เขาพามาหาพี่เอก แต่พบกับน้องๆ ทุกคนก่อนเลยได้คุยกัน น้องทุกคนอยากให้ยูโกะมาอยู่ที่นี่ยูโกะจะได้ทำอาหารอร่อยๆ ให้พี่เอกทานตลอดไปไง พี่เอกให้ยูโกะอยู่ด้วยคนนะ"

ผมพยักหน้ารับอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ดึงร่างงามนั้นมากอดไว้แน่น แล้วกระซิบข้างหู
"พี่ยิ่งกว่าดีใจเสียอีกที่ยูโกะมาอยู่ด้วย"

ยูโกะซุกหน้าลงกับอกผม แล้วพูดเบาๆ พอได้ยินกันสองคน

"ยูโกะยังเป็นของพี่เอกคนเดียวนะ คนที่ยูโกะแต่งงานด้วยเขาหมดสมรรถภาพ ต้องการยูโกะไปแต่งงานเพื่อปิดบังความจริงเท่านั้น แต่ไม่เคยได้เย็ดยูโกะเลย ยูโกะยังคงเป็นเมียพี่เอกคนเดียวเท่านั้น"

ผมกระชับร่างงามไว้ในอ้อมกอด มือเริ่มไต่ไปตามแผ่นหลังลงสู่สะโพกงดงามอย่างลืมตัว ยูโกะหัวเราะกิ๊กก่อนผละร่างออกจากอ้อมกอดผม
"ทานอาหารฉลองกันก่อนนะพี่เอก"
ผมรู้สึกตัวว่าอยู่ในห้องอาหาร เงยหน้าขึ้นพบว่าสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ผม พร้อมรอยยิ้มแจ่มใส ทำเอาผมต้องปล่อยมือจากร่างยูโกะอย่างเสียดาย เสียงน้องโทโมเอะดังขึ้น
"พวกเราตกลงกันแล้วว่าเดี๋ยวตอนบ่ายจะไปเล่นเกมส์กันที่ห้องคอมพิวเตอร์ น้าเอกช่วยดูแลคุณแม่ของโทโมเอะหน่อยนะ"

เสียงหัวเราของเด็กหญิงทั้งสิบคนดังขึ้นพร้อมๆ กัน ยูโกะหน้าแดงชี้หน้าลูกสาวบุญธรรมอย่างล้อๆ ผมถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งใจ ทีทุกคนที่ผมรักมาอยู่กันพร้อมหน้า ผมหันไปหาน้องโทโมเอะที่กำลังทำหน้าล้อเลียนยูโกะแล้วแกล้งพูดดังๆ
"คนอื่นไปเล่นเกมส์ได้ แต่โทโมเอะจังต้องมากับยูโกะด้วย"
"น้าเอกบ้า…"

น้องโมโมเอะหน้าแดง สบตายูโกะแล้วก้มหน้าแต่ไม่ปฏิเสธ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคน
บทแทรกที่ 8
ดร.นาโอมิ อ้าปากค้างกับคำตอบของ พ.อ.สมิธ อุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
"กำจัด..นั่นหมายถึงการฆ่าคนทั้ง 487 คนนะค่ะ"พ.อ.สมิธ ส่ายหน้า
"698 คนแล้วครับ เมื่อวานนี้มีผู้เกิดอาการแพนโดร่าถูกส่งมาเพิ่มขึ้น ตอนนี้กำลังเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ของเราประเมินว่าหากมีการแพร่ต่อไปในอัตรานี้ The Cave ที่สามารถรองรับได้เพียง 1000 คน จะเต็มภายในสองสัปดาห์แน่นอน เราจำเป็นต้องกำจัดต้นเหตุของการเผยแพร่ทั้งหมดก่อนที่จะสายเกินไป"
ดร.นาโอมิ ส่งเสียงตะกุกตะกักออกมาอย่างยากเย็น "แต่ทุกคนยังมีชีวิต"
"มีชีวิตแต่ตกอยู่ในความฝันเท่านั้นครับ ในเมื่อไม่มีทางรักษาเราก็ต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ"
ดร.นาโอมิสูดลมหายใจลึก พยายามอธิบายอย่างจริงจัง
"ดิฉันอยากบอกว่าพวกเขาไม่ได้ฝัน ทุกสิ่งที่พวกเขากำลังประสบอยู่ เป็นความจริงเท่ากับที่เรากำลังพูดคุยอยู่ที่นี่ ท่านทราบไหมค่ะว่าเมื่อท่านจับต้องสิ่งของต่างๆ นั่นไม่ใช่การจับต้องจริง แต่เป็นเพียงการส่งสัญญานกระแสไฟฟ้าไปยังสมองให้รู้สึกว่าท่านได้จับต้อง สิ่งของเท่านั้น การรับรู้ของพวกเรากับคนที่อยู่ในหลอดแก้วทั้งหมดไม่มีความแตกต่างกันเลยแม้ แต่นิดเดียว พวกเขาติดต่อกันสัมผัสกัน แม้กระทั่งมีเพศสัมพันธ์กันด้วยการรับรู้ เหมือนกับพวกเราทุกประการ มันไม่ใช่ความฝันแต่เป็นการสัมผัสในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น การฆ่าพวกเขาไม่แตกต่างอะไรกับการฆ่าทุกคนที่อยู่ใน The cave นี้เลย มันน่าจะมีทางควบคุมการแพร่กระจายของการเหนี่ยวนำแพนโดร่า โดยไม่ต้องฆ่าพวกเขา ขอให้ท่านลองพิจารณาวิธีอื่นก่อนที่จะตัดสินใจได้ไหมค่ะ"

พ.อ.สมิธ ส่ายหน้า "นั่นเป็นไปไม่ได้ครับ ความจริงหากมีการเปิดระบบครายโอเจนิสไว้แบบนี้ แล้วเปิดระบบปฏิบัติการ Doomsday ของ The Cave ห้องที่เราอยู่นี้จะถูกดึงลงไปใต้พื้นผิวโลกและฝังอยู่ในตะกั่วหนา 20 เมตรทันที ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีกระแสพลังงานทุกชนิดผ่านเข้าออก The cave ได้อีก และระบบจะดูแลร่างกายทุกคนไว้อย่างสมบูรณ์ โดยอาศัยเครื่องปฏิกรณ์ที่จะให้พลังงานอยู่ไปได้อีก 500 ปี"
ดวงตา ดร.นาโอมิฉายแววความหวังขึ้นเมื่อได้ยินคำว่า Doomsday แต่ พ.อ.สมิธ ไม่ทันสังเกต
"งั้นก็ทำเลยสิค่ะ"
"ดร.ทราบไหมครับว่า จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของ The cave คืออะไร"
โดยไม่รอคำตอบ พ.อ.สมิธ ก็กล่าวต่อไป ในขณะที่ ดร.นาโอมินิ่งฟังเงียบๆ
"The Cave เป็นโครงการลับที่สุดของรัฐบาลสหรัฐฯ หน้าฉากเป็นการแจ้งต่อสภาว่าเป็นโครงการวิจัยเพื่อแช่แข็งมนุษย์ให้พร้อม สำหรับการเดินทางไปยังดาวดวงอื่น แต่ความจริงแล้วที่นี่เป็นสถานที่เตรียมไว้สำหรับผู้นำสหรัฐฯ และผู้มีอิทธิพลทางการเมือง หากเกิดสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกขึ้น ทุกคนจะถูกส่งมาเข้าบรรจุในหลอดพวกนี้และแช่แข็งไว้เพื่อรอดจากสงครามที่ ทำลายมนุษยชาติ The Cave ใช้เงินทุนมหาศาลและมีเพียงแห่งเดียวในโลก ดังนั้นจึงไม่มีทางเลยที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะอนุญาตให้ใช้สถานที่นี่เพื่อการเก็บรักษาผู้เกิดอาการแพนโดร่า ทางเดียวและเป็นคำสั่งโดยตรง จากท่านประธานาธิบดีคือต้องกำจัดทุกร่างในห้อง นี้ หวังว่า ดร.คงเข้าใจนะครับ"

พ.อ.สมิธ กล่าวจบพร้อมหันร่างเดินออกไปจากห้อง ก่อนส่งเสียงบอก ดร.นาโอมิ "พรุ่งนี้เวลา 06.00 น. ผมจะปิดระบบทั้งหมด ดร.กรุณาเก็บข้อมูลที่ต้องการให้เสร็จในเย็นนี้ เฮลิคอปเตอร์จะมารับ ดร. เดินทางกลับเวลา 20.00 น. ผมคงไม่ได้พบ ดร.อีกแล้ว ขอลาไว้ที่นี่ก็แล้วกัน"
ร่าง พ.อ.สมิธ ออกจากห้อง ทิ้งให้ ดร.นาโอมิยื่นนิงราวกับต้องคำสาปอยู่ท่ามกลางหลอดแก้ว ที่ส่งแสงกระพริบราวกับยังไม่รู้ชะตากรรมของผู้ที่ถูกบรรจุอยู่ภายใน
"แม่จ๋า…พ่อเย็ดโมโมเอะแล้ว..อ๊าวส์"
เสียงน้องโมโมเอะร้องลั่น เมื่อผมฝังแท่งควยเข้าสู่ร่องหลืบอวบอัดเบื้องล่าง แคมหีสองข้างยังคงบีบรัดแน่นหนึบราวกับครั้งแรกที่ผมเย็ดน้องโมโมเอะ เสียงร้องและสรรพนามที่น้องโทโมเอะใช้กับผมยิ่งทำให้อารมณ์ผมพลุ่งพล่านด้วย ความตื่นเต้นราวกับกำลังเย็ดลูกสาวตัวเองเป็นครั้งแรก

"พ่อเย็ดเก่งไหม โทโมเอะจัง"

ร่างเปลือยของยูโกะ กอดท่อนบนของน้องโทโมเอะไว้แน่น กระซิบถามข้างหูลูกสาวด้วยเสียงกระเส่าเพราะสองมือผมที่บีบเคล้นเต้างามของ ยูโกะจนหัวนมแข็งชูชัน

"พ่อเย็ดเก่งที่สุด เย็ดโทโมเอะทุกวันเลย แม่ละ ชะ ชะ ชอบให้พ่อ ยะ เย็ดไหม…อื๋ยส์"

น้องโทโมเอะตอบยูโกะ ทั้งที่สะโพกอวบอัดเด้งสู้ควยผมอย่างไม่ลดละ รูหีหนึบแน่นตอดหัวควยผมถี่ยิบราวกับต้องการจะรีดน้ำรักออกมาให้เร็วที่สุด

"โทโมเอะต้องรักพ่อให้มากๆนะ พ่อจะเย็ดเมื่อไหร่อย่าปฏิเสธ สัญญากับแม่ นะ ซีดส์"

ยูโกะพร่ำบอกลูกสาว แล้วร้องครางออกมาเมื่อนิ้วผม แทรกตัวเข้าสู่เนินหีอวบอิ่มของร่างที่คุกเข่า อยู่ทางด้านหลัง สะโพกกลมกลึงส่ายรับแล้วกระเด้งให้นิ้วเย็ด ความชุ่มโชกที่หลั่งออกมาเป็นสายตามนิ้วมือบอกให้ผมรู้ว่ายูโกะกำลังต้องการ ควยผมเต็มที่แล้ว แต่ด้วยความเป็นแม่จึงให้ผมเย็ดลูกสาวก่อน ผมนึกถึงคำพูดของยูโกะที่กำชับให้น้องโทโมเอะเรียกผมว่าพ่อเวลาร่วมเย็ดกับ สองแม่ลูก ยิ่งทำให้ควยผมเสียวแทบระเบิด ผมจับขาอวบของน้องโทโมเอะยกขึ้น แล้วกระหน่ำควยเข้ากระเด้ารูหีลูกสาวชั่วคราวของผมอย่างรุนแรง ความเสียวพุ่งปรี๊ดมาที่ปลายควย จนผมต้องครางลั่น

"โทโมเอะ..พะ พ่อ มาแล้ว…"
"อื้ดดดดดด พ่อจ๋า…โมโมเอะ ก็ ..ก็..อ๊ายยยยย"

สะโพกอวบอัดของน้องโทโมเอะกระตุกถี่ยิบ พร้อมกับน้ำรักผมพุ่งอัดเข้าไปเต็มแรง ผมดึงแท่งควยออกจากร่องหลืบน้องโมโมเอะ ทั้งที่มันยังพ่นน้ำรักอยู่แล้วอัด เข้ารูหรอวบของยูโกะที่โก้งโค้งอยู่เบื้องหน้าทันที

"โอย…พี่เอก…เย็ดยูโกะเร็วๆ…ลึกดีจัง"

ผมจับสะโพกอวบอักของยูโกะไว้ทั้งสองมือ แล้วโยกควยที่ยังคงแข็งปั๋งเข้าออก แคมหียูโกะโดยไม่มีการผ่อนแรง น้ำรักที่ชุมโชกทำให้ควยผลุบเข้าออกอย่างสะดวก แต่มันยังคงความคับแน่นไว้ที่ผมติดใจเต็มที่ เสียงคราวญครางของยูโกะดังลั่นตามการเย็ดที่ดุเดือด

"พี่เอก หียูโกะดีไหม สู้โทโมเอะจังได้ไหม"
"หียูโกะทั้งอวบทั้งดูด ไม่แพ้ใครรับรอง อูยส์ หนึบดีจริงๆ"

ผมไม่ได้พูดเกินความจริงแต่ประการใด แม้หีของยูโกะจะเป็นหีของหญิงสาวอายุ 27 แต่มันเป็นหีที่ไม่เคยผ่านควยผู้ชายคนไหนมาก่อนจนผมเองเป็นคนที่รับความ บริสุทธิ์ไว้เป็นคนแรก และแม้ยูโกะจะไปแต่งงาน แต่ผู้ชายโชคร้ายคนนั้นก็กลับเป็นคนไร้สมรรถภาพทางเพศ ทำให้ไม่สามารถรับรู้ ความคับแน่นสุดยอดของหีหญิงสาวที่สมบูรณ์แบบ เช่นยูโกะได้ หีของยูโกะให้ความรู้สึกของการตอดรัด แตกต่างจากหีของเด็กหญิงเช่นน้องโทโมเอะ ที่เกิดจากความคับแน่นของหีวัยเยาว์ ต่างกับหีที่เติบโตเต็มที่มีกล้ามเนื้อภายในที่เต้นระริกรับการเย็ดของยูโกะ ให้ความรู้สึกแตกต่าง แต่ก็ประทับใจไม่แพ้กัน
"พี่เอก…อูยส์ ทำไมมันเสียวอย่างนี้..อ้าวส์"

สะโพกอวบอัดของยูโกะกระเด้งรับการเย็ดของผม ความนุ่มนวลเคร่งครัดของแก้มก้น ที่บดเบียดหน้าท้องผมยิ่งทำให้การกระเด้า เพิ่มรสชาติหลายเท่าความเสียวพล่านมาที่หัวควยอีกรอบ ผมรีบพลิกร่างยูโกะให้นอนหงายบนเตียง คู่กับลูกสาวที่นอนเหยียดยาวอยู่ด้านข้างแล้วยกขาข้างหนึ่งขึ้น ให้โคกหีอวบแอ่นขึ้นก่อนกระหน่ำเย็ดถี่ยิบ ยูโกะบิดส่ายร่างราวกับเจ็บปวด แต่กระเด้งรับการเย็ดโดยไม่กลัวเกรง

"อ๊าวส์ …ยะ ยูโกะ ปะ ไปแล้ววววว"

กล้ามเนื้อหีทุกส่วนของยูโกะกระตุกถี่ยิบ ร่างงามผวาตัวขึ้นมากอดผมแน่น พร้อมกับผมระเบิดน้ำรักออกมาใส่มดลูกของยูโกะเนืองนอง ยูโกะอัดโหนกหีเข้า กับผมควยผมแน่น ภายในหลืบหีตอดหัวควยผมถี่ดูดรับน้ำรักราวกับต้องการรับทุกหยดไม่ให้หลุด รอกออกมาภายนอก ผมพลิกตัวลงนอนตะแคงทั้งที่ควยยังฝังอยู่ในรูหียูโกะ ลูบไล้หลังนวลเนียนไปมา เสียงยูโกะครางเบาๆ

"โอย..น้ำพี่เอกเยอะจัง ยูโกะจะท้องหรือเปล่าก็ไม่รู้" ผมจูบปากนิ่มนวล ก่อนกระซิบตอบ

"พี่ก็อยากให้ท้อง อยากให้ยูโกะเป็นแม่ของลูกพี่นะ"
"ถ้าเป็นลูกสาวก็ดี โตขึ้นจะได้ให้พี่เอกเย็ดอีก.."

ผมหัวเราะเบาๆ
"เมื่อกี้พี่ก็เย็ดลูกสาวไปแล้วไง.."

"พ่อจ๋า" เสียงน้องโทโมเอะดังขึ้น ร่างน้อยปีนขึ้นมาทับร่างผมและยูโกะเอาไว้ ผมแกล้งตอบแบบล้อๆ

"ว่าไงลูกโทโมเอะ จะให้พ่อเย็ดอีกรอบหรือเปล่า"

น้องโทโมเอะ ซุกหน้าลงกับหน้าอกยูโกะ ครางตอบอู้อี้

"แม่บอกว่าห้ามโทโมเอะปฏิเสธ ถ้าพ่อต้องการเย็ดโทโมเอะก็พร้อม"

ผมดึงสะโพกน้องโทโทเอะให้ยกสูง เนินหีทางด้านหลังปลิ้นแคมออกมาคับสะโพก น้ำรักที่ผมฝากไว้ไหลออกมาเป็นสาย ผมถอนควยออกจากร่างยูโกะ แล้วปล่อยร่างน้องโทโมเอะลงระหว่างกลางโดยหันหลังให้ผม ลำควยจ่อเข้ากับพลูหีอวบอัด ก่อนดันเข้าสู่ร่างลูกสาวยูโกะ ที่ถอยสะโพกมารับแท่งควยอย่างเต็มใจ

"'งั้นพ่อจะเย็ดลูกให้คลานเลยนะวันนี้"
"อ๊าส์…พ่อขา…"
บทแทรกที่ 9

ดร.นาโอมิ นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่น บ่งบอกความสับสนในจิตใจ หญิงสาวเอื้อมือไปเปิดโน็คบุ๊คส่วนตัว เปิดแฟ้มข้อมูลชุดหนึ่งซึ่งซ่อนไว้จากรายชื่อไฟล์ทั่วไปด้วยความชำนาญ บนจอภาพปรากฎอักษรกระพริบ อ่านได้ว่า พี่เอก
ดวงตากลมโตของ ดร.นาโอมิปรากฏน้ำตาคลอ ขณะที่เคอร์เซอร์ของเม้าส์ผ่านเข้าคลิกเปิดไฟล์ลับ ภาพของชายหนุ่มอายุประมาณ 26 - 27 ปีปรากฏขึ้นบนจอภาพ ใบหน้าของชายหนุ่มจ้องตรงมาริมฝีปากมีรอยยิ้มอย่างร่าเริง หญิงสาวเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าจอ เสียงพึมพัมแผ่วเบาดังขึ้นจากริมฝีปาก
"พี่เอกของนาโอมิ นี่นาโอมิจะทำยังไงดี"
ท่ามกลางม่านน้ำตาจิตใจหญิงสาวหวนระลึกไปถึงอดีตที่ ผ่านมา
ผมแช่ร่างอยู่ในอ่างจากุชชี่อย่างสบายใจ การเย็ดกับยูโกะและน้องโทโมเอะ สองแม่ลูกให้ประสบการณ์ใหม่แก่ผมอย่างน่า ประทับใจ ทำเอาผมเฝ้าเวียนว่ายเสพย์รับความสุขจากหีสองวัยอย่างลืมตัว จนแทบนับไม่ได้ว่าผมหลั่งน้ำรักเข้าสู่มดลูกทั้งสองกี่ครั้ง แต่ที่แน่ๆ ก็คือทั้งยูโกะและน้องโทโมเอะนอนสลบไสลอยู่บนเตียงผมอย่างสิ้นเรี่ยวแรง

ผมหลับตาลงเพื่อพักสายตาที่เหนื่อยล้า สมองเปิดโล่ง แต่แล้วผมต้องสะดุดสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งดังแผ่วเบาขึ้นในสมอง เสียงที่ผมแสนคุ้นเคยและจำได้อย่างไม่มีวันลืม

"พี่เอกของนาโอมิ นี่นาโอมิจะทำยังไงดี" ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาวที่ใกล้ชิดกับผมที่สุดในโลกปรากฏขึ้นมาในความทรงจำ ความคิดผมย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา..
บทแทรกที่ 10
(มิถุนายน 1998)

"พี่เอก.."เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยแรกสาวดังลั่นขึ้น ด้านหลัง เมื่อผมหันหน้าไปก็ต้องหงายหลังลงกับพื้นเสื่อตาตามิที่ปูห้องชงชา โดยมีร่างของเด็กหญิงทับเอาไว้ด้านบน

"พี่เอกจะกลับมาบ้านก็ไม่บอกนาโอมิก่อน แล้วทำไมแอบมานั่งที่บ้านชงชาเงียบเชียว พี่เรโกะไม่มีด้วยหรือ แล้วนี่พี่เอกจะอยู่นานไหม…"

ปากน้อยๆ ระดมคำถามใส่ผมแบบไม่ยอมให้ตั้งตัว ผมมองใบหน้าแจ่มใสของเด็กหญิงเบื้องหน้าด้วยความชื่นใจ น้องนาโอมิซึ่งผมเห็นมาตั้งแต่แรกเกิด วันนี้เติบโตเป็นเด็กสาวแรกแย้มที่ส่อเค้าว่าจะกลายเป็นหญิงสาวที่งดงามที่ สุดคนหนึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ดวงตากลมโตสุกใสจ้องหน้าผมอย่างกระตือรือล้น เสื้อยืดตัวเล็กรัดหน้าอกขนาดย่อมที่เติบโตเกินวัยและกางเกงขาสั้นจู๋อวด เรียวขาขาวสะอาดที่เหยียดตรงอย่างเต็มที่ไปถึงแก้มก้นเนียน ทำให้เป็นภาพที่ชายหนุ่มทุกคนที่ได้เห็นจะต้องเหลียวหลัง แต่ร่างนี้เป็นร่างของน้องนาโอมิ ลูกสาวคนเดียวของอาโรเบิร์ต มัสสุโมโต้ เพื่อนสนิทของคุณพ่อผม ซึ่งทำงานอยู่กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และกำลังจะได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ครอบครัวของน้องนาโอมิ พักอยู่ในบ้านหลังเล็กเงียบสงบในอาณาเขตเดียวกันกับบ้านผม ตามคำขอร้องเชิงบังคับของคุณพ่อผม ที่ต้องการให้เพื่อสนิทคนเดียวของท่านมา อยู่ด้วยกัน น้องนาโอมิจึงแทบจะเรียกได้ว่าเป็นน้องสาวแท้ๆ ของผม ที่ผมเป็นทั้งพี่เลี้ยงและครูสอนพิเศษให้มาตลอดเวลา 13 ปี ดังนั้นแม้ร่างสาวน้อยจะอยู่ในชุดอยู่กับบ้าน ที่ล่อแหลมสายตาชายหนุ่ม แต่สำหรับผมร่างนี้ยังคงเป็นเด็กหญิงที่ผมเคยอุ้มพาไปซื้อขนมและคอยปลอบโยน ยามเสียใจเสมอมา

"เอ้า..ค่อยๆ ถามที่ละข้อสิเรานี่ โตแล้วนะ มาทับพี่แบบนี้ได้ยังไงกัน"

ผมดุอย่างไม่จริงจัง น้องนาโอมิหัวเราะกิ๊กขยับตัวจากร่างผมลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิตรงหน้าผม แล้วถามอย่างเป็นงานเป็นการ
"พี่เอกมาถึงเมื่อไร่เนี่ย"

แววตาสดใสของน้องสาวที่รักตรงหน้า ทำให้ความขุ่นมัวในใจผมที่เกิดจากการบอก เลิกของเรโกะเลือนลางไปผมหัวเราะเบาๆ ลูบเรือนผมสั้นแค่คอที่ตัดแบบเด็กผู้ชาย ของเด็กหญิงแรกสาวด้วยความเอ็นดู
"พี่เพิ่งมาถึงเมื่อคืน เอ้าลืมไป พี่มีของมาฝากนาโอมิจังด้วยนะ "

ผมหันไปหากระเป๋าด้านข้าง หยิบโน๊ตบุ๊ค IBM ใหม่เอี่ยมออกมายื่นให้น้องนาโอมิ

"เอ้า Happy Birthday ย้อนหลัง 2 วัน อายุ 13 แล้วนะน้องสาวของพี่"

น้องนาโอมิตาโตโถมเข้ากอดผม พึมพำข้างหู

"พี่เอกไม่เคยลืมวันเกิดนาโอมิเลย ขอบคุณพี่ชายม๊ากมาก"

ทรวงอกแรกสาวที่ร่างกายผมกำลังสัมผัส นิ่มนวลและหยุ่นตึงจนรู้สึกได้ว่าภาย ใต้เสื้อยืดตัวเล็กที่ใส่อยู่กับบ้านนั้น น้องนาโอมิไม่ได้ใส่เสื้อชั้นในไว้อย่างแน่นอน สัมผัสของน้องสาวทำเอาผมปั่นป่วนเล็กน้อยแต่พยายามระงับใจดันร่างน้องนาโอมิ ออกให้ไปที่โน๊ตบุ๊คเบื้องหน้า
"เอ้าดูซะพอใจไหม"
น้องนาโอมิคว้าโน๊ตบุ๊คมาเปิดอย่างชำนาญ แล้วอุทานออกมา
"โอ้โฮพี่เอก เพนเทียม 200 ด้วย"
ผมมองใบหน้าสดใสนั้นด้วยความเอ็นดู ก่อนบอกอย่างจริงจัง
"สำหรับว่าที่นักศึกษาโตไดปีหน้า จะน้อยกว่านี้คงไม่ได้แน่ๆ จริงไหม?"
ผมไม่ได้พูดล้อเล่นแต่ประการใด เด็กสาวเบื้องหน้าแม้อายุเพียง 13 ปี แต่มีระดับสมองระดับอัจฉริยะจนไม่สามารถเข้าโรงเรียนปกติได้ และต้องศึกษากับครูพิเศษ ซึ่งอาโรเบิร์ตเป็นผู้จัดมาให้ ซึ่งครูพิเศษแต่ละคนล้วนแต่เป็นนักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์จากอเมริกาโดยตรงที่ทางสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ติดต่อประสานให้เดินทางมาสอนน้องนาโอมิ คุณพ่อผมเคยกระซิบบอกว่าน้องนาโอมิมีระดับ IQ ถึง 190 และอยู่ในโครงการพัฒนานักวิทยาศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตามน้องนาโอมิยืนยันที่จะเข้าศึกษาต่อในคณะวิทยาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยโตเกียวในปีหน้า และ มีเพียงผมที่รู้เหตุผลในการตัดสินใจของน้องนาโอมิ
น้องนาโอมิโน้มตัวซบหน้าลงกับตักผม ส่งเสียงเบาๆ

"ถ้าพี่เอกไม่ได้จบมาจากโตได นาโอมิก็ไม่ไปเรียนโตไดหรอกนาโอมิอยากอยู่ที่นี่มากกว่า แต่นี่พี่เอกไปอยู่โตเกียวแล้วไม่กลับบ้านนานๆ นาโอมิคิดถึงพี่เอกนะ"

ผมลูบศีรษะน้อยๆ ไปมา ร่างเบื้องหน้าเป็นเด็กหญิงที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นน้องสาวแท้ๆ คนเดียวของผมในโลกนี้ ผมเองก็ไม่ปฏิเสธว่าคิดถึงน้องสาวคนนี้เป็นที่สุดเหมือนกัน

"งั้นปีหน้าพอนาโอมิเข้าโตไดแล้ว พี่จะพาไปเที่ยวให้ทั่วเลยดีไหม"

น้องนาโอมิหัวเราะออกมา ยกตัวขึ้นมาจูบแก้มผมเบาๆ แต่แล้วใบหน้าสดใสก็เปลี่ยนไป ถามผมเบาๆ

"พี่เอกมีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าถึงมานั่งที่นี่น่ะ"

ผมถอนใจ น้องนาโอมิสนิทกับผมจนรู้ดีว่า เมื่อใดที่ผมไม่สบายใจผมจะมาที่ห้องชงชาซึ่ง เป็นเรือนหลังเล็กตั้งอยู่ด้านในของพื้นที่บ้านแยกต่างหากจากบ้านใหญ่ รอบด้านตกแต่งด้วยสวนญี่ปุ่นงดงาม ปกติแล้วที่นี่จะเปิดเพื่อรับแขกเท่านั้น แต่ผมมักจะหลบมาใช้เป็นที่สงบ อารมณ์เมื่อผมไม่สบายใจเสมอ ผนยิ้มฝืนๆ ให้น้องนาโอมิ
"ไม่มีอะไรหรอก พี่มีเรื่องกับเรโกะน่ะ ตอนนี้เลิกกันแล้ว"

น้องนาโอมิอ้าปากอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ
"พี่เอกเลิกกับพี่เรโกะ..ทำไมล่ะ"
"เรื่องของผู้ใหญ่น่ะ นาโอมิจังอย่ารู้เลย"

ผมส่ายหน้าและพยายามตัดบท ผมไม่สามารถบอกน้องนาโอมิได้หรอกว่า สาเหตุที่เรโกะเลิกกับผมก็คือเมื่อสาม วันที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเย็ดกับเรโกะเป็นครั้งแรกหลังจากเป็นแฟนกันมา 3 เดือน สาวสวยที่เป็นที่หมายปองของหนุ่มทุกคนในมหาวิทยาลัยโตเกียวงดงามที่สุดยาม เปลือยเปล่า แต่เมื่อผมเย็ดด้วยควยขนาด 2 นิ้วครึ่งของผม มันทำให้เรโกะผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด และขอเลิกกับผมในวันรุ่งขึ้นโดยบอกตรงๆ ว่าผมไม่สามารถให้ความสุขจากการเย็ดที่เรโกะต้องการได้ ความผิดหวังครั้งนี้รุนแรงมากจนผมต้องกลับมาสงบสติอารมณ์ที่บ้าน และมายังสถานที่เดียวที่ปราศจากคนรบกวนคือที่ห้องชงชานี้

"ใครบอกว่านาโอมิเด็ก นาโอมิโตแล้วนะ มีประจำเดือนแล้วด้วย"
น้องนาโอมิประท้วงทันที กุมมือผมแน่น สายตาเด็กหญิงแสดงความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน ก่อนขอร้องผมต่อ
"พี่เอกเล่าให้นาโอมิฟังนะ นาโอมิอยากช่วยให้พี่เอกมีความสุข"

ผมส่ายหน้าช้าๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตู ภายนอกฝนเริ่มตกลงมาอย่างหนัก สายฝนเย็นยะเยือกแต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยให้ผมคลายความร้อนรุ่มจากความผิดหวัง ได้เลย น้องนาโอมิเข้ามากอดผมไว้ทางด้านหลัง เสียงเด็กหญิงสั่นเครือ
"พี่เอกอย่าเป็นทุกข์นะ นาโอมิขอร้อง พี่เอกมีเรื่องกลุ่มใจอะไรบอกนาโอมิเถอะ"

ร่างกายผมรับรู้ถึงความอบอุ่นเบื้องหลัง แต่หัวใจกลับเหนื่อยหน่ายกับทุกสิ่งรอบข้าง ผมหันไปหาน้องนาโอมิ ดันร่างที่กอดผมแน่นออกแล้วบอกด้วยเสียงดุเครียด
"นาโอมิจังกลับไปที่บ้านเถอะ พี่ขออยู่คนเดียวสักพัก ตอนนี้อย่าเพิ่งยุ่งกับพี่เลยนะ"

น้องนาโอมิมองหน้าผมอย่างตกตะลึง ที่ผ่านมา ผมไม่เคยใช้น้ำเสียงดุน้องสาวที่ผมแสนรักคนนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ดวงตาเด็กหญิงเริ่มมีน้ำตาเอ่อล้น ส่งเสียงสะอื้นตัดพ้อ
"นาโอมิมีพี่เอกเป็นพี่ชายคนเดียว ถ้าพี่เอกไม่สนใจ นาโอมิก็ไม่รู้จะอยู่กับใคร"

ร่างเด็กหญิงวิ่งออกไปที่สวนด้านนอก ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ร่างน้อยเปียกโชกท่ามกลางความตกตะลึงของผม เสียงน้องนาโอมิร้องดังกลางสายฝน
"พี่เอกไม่รักนาโอมิแล้ว…"

ผมตั้งสติได้รีบวิ่งออกไปอุ้มร่างน้องนาโอมิขึ้นมาแล้วพากลับเข้ามาที่ห้อง ชงชา ร่างน้องนาโอมิเปียกโชกจากสายฝนแต่ยังคงพยายามดิ้นรน ส่งเสียงลั่นปนสะอื้น
"พี่เอกปล่อยนาโอมิ ไม่ต้องมาสนใจนาโอมิ"

ผมกอดร่างน้อยไว้แน่นเพื่อให้หยุดดิ้น พร่ำบอกดังๆ ข้างหู

"นาโอมิจัง พี่รักนาโอมิจังที่สุดนะ รักจนไม่ต้องการให้นาโอมิจังไม่สบายใจเรื่องของพี่ เข้าใจไหมใครจะเป็นอย่างไรคิดกับพี่ยังไงพี่ไม่สนใจ มีแต่นาโอมิจังเท่านั้นที่พี่ต้องการให้มีความสุขที่สุด…"

น้องนาโอมิค่อยๆ สงบลงจนหยุดดิ้น มองหน้าผมแล้วกอดผมแน่น

"นาโอมิก็รักพี่ชายคนนี้ที่สุด นาโอมิอยากช่วยแบ่งความทุกข์ของพี่เอกบ้าง"

"เอาล่ะ..พี่เข้าใจแล้วเดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้ขอพี่เปิดเครื่องทำความร้อนก่อน เปียกฝนจนหนาวจะแย่อยู่แล้ว"

ผมวางร่างน้องสาวแสนรักลงกับพื้นก่อนหันหลังมาเดินไปเปิดเครื่องทำความร้อน แต่เมื่อผมหันกลับมาก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่านาโอมิกำลังถอดเสื้อยืดออกจากร่าง หน้าอกคู่งามขนาดใหญ่เกินเด็กญี่ปุ่นทั่วไป ตั้งตระหง่านชูช่อปลายยอดประดับด้วยเม็ดทับทิมสีแดงสดตัดกับผิวกายที่ขาว ละเอียด ผมอ้าปากค้างขณะที่เสื้อยืดหลุดลงไปกองที่พื้นและน้องนาโอมิกำลังเตรียมถอด กางเกงขาสั้นจู๋ออกจากร่างตามมา

"นะ นาโอมิ ทำอะไรน่ะ"

ผมส่งเสียงตะกุกตะกัก น้องนาโอมิก้มตัวดึงกางเกงออกจากร่างไปทางปลายเท้าแล้วก้าวออกมา ร่างของเด็กหญิง มีเพียงแพนตี้ผ้าฝ้ายลายดอกไม้สีชมพูติดอยู่ เสียงน้องนาโอมิตอบผมอย่างไม่สนใจอะไรนัก
"นาโอมิก็ถอดเสื้อผ้าเปียกออกนะสิ พี่เอกถามทำไม หนาวจะตายอยู่แล้ว พี่เอกมีผ้าเช็ดตัวติดมาในกระเป๋าหรือเปล่า นาโอมิจะเช็ดผม"

ผมกลืนน้ำลาย พยายามละสายตาจากร่างเกือบเปลือยของสาวน้อยวัย 13 เบื้องหน้า แล้วหันมารื้อผ้าขนหนูผืนเล็กที่ผมติดกระเป๋าไว้เสมอ โยนไปให้น้องนาโอมิ จริงอยู่ที่ผมกับน้องนาโอมิเห็นร่างเปลือยกันมาตั้งแต่เด็กและอาบน้ำร่วมกันเสมอ แต่หลังจากหน้าอกน้องนาโอมิเริ้มตั้งเต้าตอนอายุ 9 ขวบ ผมก็เลิกอาบน้ำกับน้องนาโอมิ เพราะรู้ดีถึงความไม่สมควร และไม่เคยเห็นร่างเปลือยของน้องนาโอมิอีกเลย จนกระทั่งวันนี้

ผมพยายามระงับอารมณ์ทางเพศ ที่เกิดขึ้นอย่างยากเย็น เพราะทราบดีว่าการถอดเสื้อผ้าของน้องนาโอมิไม่มีอะไรมากว่าความไว้วางใจ และ เห็นผมเป็นพี่ชายที่เติบโตมาด้วยกัน การเห็นร่างเปลือยของอีกฝ่ายหนึ่งจึงเป็นเรื่องปกติ สำหรับน้องนาโอมิ และหากผมมีท่าทางผิดปกติก็จะเป็นการทำลายความไว้ใจที่น้องนาโอมิมีให้ผม

น้องนาโอมิทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ก้มหน้าก้มตาเช็ดศรีษะด้วยผ้าขนหนู ส่งเสียงบอกผม
"พี่เอกรีบถอดเสื้อผ้าเร็วๆ เดี๋ยวจะเป็นหวัดนะ"

ผมเดินไปนั่งที่พื้นข้างๆ น้องนาโอมิ เอื้อมมือแย่งผ้าขนหนูมาเช็ดศรีษะน้อยๆ ได้รูปนั้น น้องนาโอมิก้มหน้าลงปล่อยให้ผมเช็ดศีรษะ โดยไม่รู้ว่าภาพทรวงอกงามเบื้องล่าง ที่สั่นไหวไปมาตามแรงเช็ดของผมนั้นมัน ยิ่งเพิ่มความงดงามที่กระตุ้นอารมณ์ผมจนแทบควบคุมไม่ได้ ผมพยายามสูดหายใจลึกๆ เช็ดผมให้น้องนาโอมิจนเสร็จแล้วเริ่มใช้ผ้าขนหนูผืนเดียวกันเช็ดศรีษะตัวเอง ที่เปียกชุ่มโชกบ้าง

น้องนาโอมิเงยหน้าขึ้นมองผม ส่งเสียงบ่นออกมา
"พี่เอกนี่ใส่เสื้อเปียกอยู่ได้ยังไง มานี่เดี๋ยวนาโอมิถอดให้"

ผมวางผ้าขนหนูที่ใช้เสร็จแล้วลงกับพื้น กดมือน้องนาโอมิที่ยื่นมายยังกระดุมเสื้อผมเบาๆ

"เดี๋ยวพี่ถอดเอง นาโอมิไปนั่งใกล้ๆ เครื่องทำความร้อนเถอะ"

น้องนาโอมิพยักหน้า แล้วลุกขึ้นเดินไปนั่งกอดเข่าหน้าเครื่องทำความร้อน ผมรีบลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือกางเกงในตัวเดียวแล้วเดินไปนั่งข้างๆ พยายามอยู่ห่างเล็กน้อยเพื่อไม่ให้สัมผัสผิวเนื้อนวลเนียนของน้องนาโอมิ แต่น้องนาโอมิกลับขยับเข้ามาแนบชิดผมสองแขนโอบรอบเอวผมไว้ ซุกหน้าลงกับไหล่ ส่งเสียงเบาๆ
"ขอนาโอมิกอดพี่เอกหน่อยยนะ พี่เอกอุ่นดีจัง นาโอมิไม่ได้กอดพี่เอกมาหลายปีแล้ว"

ผมโอบไหล่บอบบางของน้องนาโอมิไว้แน่น พยายามระงับความรู้สึก ที่ถูกหน้าอกคู่งามสัมผัสกับต้นแขน แต่ความเต่งตึงนุ่มนวลที่สัมผัส ทำให้ควยผมเริ่มแข็งตัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก่อนที่ผมจะฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ น้องนาโอมิก็ถามผมด้วยเสียงกระซิบ
"พี่เอกเล่าให้นาโอมิฟังได้ไหมว่าทำไมพี่เรโกะถึงขอเลิกกับพี่เอก"

ผมถอนใจแต่ในเมื่อสัญญาแล้ว ผมก็จำเป็นต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด น้องนาโอมินิ่งฟังเงียบๆ ตัวสั่นเล็กน้อย เมื่อผมอธิบายเรื่องผู้ชายผู้หญิงที่รักกันจะต้องเย็ดกัน เพื่อรวมกันเป็นหนึ่ง และ ตาเบิกโพลงเมื่อผมเล่าเรื่องที่ผมได้เย็ดกับเรโกะ และถูกบอกเลิกเพราะไม่พอใจในขนาดควยเล็กๆของผม เสียงน้องนาโอมิถามผมสั่นๆ เมื่อผมเล่าจบ
"ควยพี่เอกเล็กมากเหรอ นาโอมิขอดูได้ไหม"

"ไม่ดีหรอนาโอมิจัง พี่เป็นผู้ใหญ่แล้ว และนาโอมิจังก็เริ่มเป็นสาว การดูควยผู้ชายน่ะไม่ใช่เรื่องที่ควรทำนะ"

ผมพยายามอธิบายแต่น้องนาโอมิสั่นหน้ากับหัวไหล่ผม

"นาโอมิเห็นควยพี่เอกตั้งแต่เด็กๆ พี่เอกก็เห็นหีนาโอมิมาตั้งแต่เกิด ทำไมจะดูไม่ได้ ถ้าพี่เอกอายเดี๋ยวนาโอมิให้พี่เอกดูหีนาโอมิก่อนนะ"

"นะ นาโอมิ ยะ…..อย่า"

ผมสะดุ้งด้วยความตกใจ พยายามห้ามแต่น้องนาโอมิลุกขึ้นยืน แล้วดึงกางเกงในลงไปสู่ปลายเท้าอย่างรวด เร็วหันร่างเปลือยยืนอยู่ตรงหน้า โหนกหีน้องนาโอมิปรากฏชัดเจนห่างหน้าผมไม่ถึงฟุต ทำให้ผมต้องตกตะลึงไปกับภาพเบื้องหน้า

โหนกหีอวบอูมราวกับกระดองเต่าขนาดใหญ่ โค้งตัวประกบหน้าขาไว้เต็มพื้นที่ ความอวบอูมของโหนกหีนูนเด่นอย่างที่ผมไม่เคยพบเห็นมาก่อนจากผู้หญิงคนใด หรือแม้จากภาพเปลือยในนิตยสาร ดูราวกับลูกเทนนิสผ่าครึ่งพุ่งออกมาโดยมีแคมหีอวบนูนสองข้างประกบไว้ ไรขนอ่อนสีดำขึ้นเป็นกระจุกน้อยๆ เหนือรอยผ่า แต่ส่วนแคมทั้งหมดมีเพียงขนอุยอ่อนๆ สีทองกระจายทั่วอาณาเขตของความสาว ร่องหลืบปิดสนิทเนินหีทั้งหมดเป็นสีชมพูงดงามเกินบรรยาย ผมถอยร่างออกมาเพื่อชื่นชมร่างเปลือยเบื้องหน้า มันเป็นร่างที่งดงามของเด็กหญิงที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยสาวเต็มตัว แต่ก็พร้อมสำหรับการร่วมรักกับเพศตรงข้าม

หน้าอกขนาดผลแอปเปิล ชูชันยุบตัวขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เส็ดยอดของมันชูชันเป็นลูกกลมที่แม้จะไม่ได้สัมผัสก็รู้ว่าหากผ่านการ กระตุ้นเม็ดน้อยๆนี้จะแข็งตัวเพิ่มรสสัมผัสรองรับอารมณ์รัก ลานหน้าท้องราบเรียบปราศจากไขมันส่วนเกิน สะโพกน้อยๆ กลมกลึงรับกับต้นขาอวบที่เรียวเป็นเส้นตรงไปจนจรดปลายเท้า ใบหน้าของน้องนาโอมิแปลกใจเล้กน้อย เมื่อเห็นผมจ้องร่างเปลือยอย่างลืมตัว สีแดงค่อยๆปรากฎบนแก้มสาวน้อยช้าๆ ยิ่งเพิ่มความงดงามให้กับใบหน้าสวยหวานอีกหลายเท่า

"พี่เอกเป็นอะไร ทำไมหายใจขัดอย่างนั้น"

เสียงน้องนาโอมิถาม ร่างเปลือยลดตัวลงคุกเข่าเข้ามาหาผมที่กำลังตะลึงกับความ งามเบื้องหน้า ควยแข็งปั๋งแน่นอยู่ในกางเกงใน มือน้อยๆ เอื้อมมาที่กางเกงในผมก่อนจับขอบรูดลงไปทางปลายเท้าโดยที่ผมเองก็ไม่ต้องการขัดขืน แท่งควยชูชันขึ้นรับอากาศภายนอก ผมพูดอะไรไม่ออกเมื่อมือน้องนาโอมิสัมผัสควยเบาๆ อย่างอ่อนโยน
"ควยพี่เอกไม่เห็นจะเล็กเลย"

เสียงน้องนาโอมิพึมพัม ผมถอนใจเมื่อรู้ว่า น้องนาโอมิไม่เคยเห็นควยอื่นใดทั้งสิ้น เมื่อเห็นควยสองนิ้วครึ่งของผมจึงไม่รู้สึกขบขันเหมือนผู้หญิงทั่วไป ผมดึงควยออกจากการเกาะกุมของน้องนาโอมิ ด้วยความเสียดายเล็กน้อย แต่พยายามสะกดจิตใจ แล้วจับร่างเปลือยให้นั่งอยู่ตรงหน้า

"นาโอมิจังอย่าจับเลยนะ พี่บอกตรงๆ ว่านาโอมิจังของพี่สวยมาก และพี่เองก็เป็นผู้ชายที่มีความต้องการทางเพศ ถ้าขืนนาโอมิจับมันพี่คงคุมอารมณ์ไม่ได้แน่"

น้องนาโอมิถอนใจบ้าง สบสายตาผมแล้วส่งเสียงเบาๆ

"พี่เอกจะคุมอารมณ์ไปทำไม พี่เอกยังไม่เข้าใจนาโอมิอีกหรือว่านาโอมิไม่ใช่เด็ก ถึงนาโอมิจะไม่เคยเย็ดกับใครแต่นาโอมิก็อ่านเป็นศึกษาเป็น ควยพี่เอกก็บอกอยู่แล้วว่าพี่เอกต้องการอะไร"

ผมตะลึงกับคำพูดของน้องนาโอมิ นี่ผมกำลังถูกน้องสาวอัจฉริยะของผมหลอกเข้าแล้ว
"หมายความว่า..นาโอมิจัง…."

น้องนาโอมิส่ายหน้าช้าๆ

"ทำไมพี่เอกต้องให้นาโอมิพูดด้วย พี่เอกไม่รู้หรือกว่านาโอมิดีใจแค่ไหน ที่พี่เรโกะเลิกกับพี่เอก นาโอมิอยากถามพี่เอกเพียงคำถามเดียวเท่านั้นว่า พี่เอกรักนาโอมิแบบไหน แบบน้องสาวแท้ๆ หรือรักแบบต้องการใช้ชีวิตร่วมกับนาโอมิตลอดไป ถ้าพี่เอกไม่ต้องการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับนาโอมิ นาโอมิก็ยอมรับและจะถือพี่เอกเป็นพี่ชายไปตลอดชีวิต แต่ถ้าพี่เอกรักนาโอมิ และต้องการใช้ชีวิตกับนาโอมิเหมือนที่นาโอมิต้องการ อยู่กับพี่เอกตลอดไปในฐานะภรรยา พี่เอกก็ไม่ต้องคุมอารมณ์อะไร นาโอมิรัก และต้องการพี่มาตลอด พี่เอกตัดสินใจแล้วบอกนาโอมิเดี๋ยวนี้"

ผมอึ้งไปกับคำถามของน้องสาวแสนรักเบื้องหน้า คำถามที่ไม่จำเป็นต้องคิดเลยว่า ผมต้องการน้องนาโอมิในรูปแบบใด เพราะที่ผ่านมาผมเองก็รู้ว่าถ้าปราศจากน้องนาโอมิ ชีวิตของผมคงจะกลายเป็นชีวิตที่ว่างเปล่าไร้จุดหมาย แต่ผมต้องสะกดความรู้สึกนั้นเอาไว้ เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้องนาโอมิคิด อย่างไรกับผม แต่เมื่อน้องนาโอมิเปิดเผยทั้งร่างกายจิตใจอยู่เบื้องหน้าผมทั้งหมดแบบนี้ ทุกสิ่งก็ไม่จำเป็นต้องสะกดกลั้นอีกต่อไป ผมสูดหายใจลึกก่อนตอบช้าๆ
"คำตอบของพี่ก็คือพี่…"

ผมดึงร่างเปลือยงดงามเบื้องหน้าเข้ามาในอ้อมกอด โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมา น้องนาโอมิสะท้านเฮือกอยู่วงแขนผม แต่กอดตอบผมแน่น
"พี่จะขอรักนาโอมิตลอดไป นาโอมิเป็นเมียพี่นะ"
น้องนาโอมิพยักหน้า สบตาผมด้วยดวงตาที่มีน้ำตาเอ่อล้น ส่งเสียงเครือ

"นาโอมิสัญญา นาโอมิจะรักพี่เอกเป็นเมียพี่เอกตลอดไป"

ผมประทับจูบแรกให้กับน้องสาวที่ผมแสนรักอย่างนุ่มนวล ความหวานชื่น และหอมกรุ่นของริมผีปากสาวน้อยถ่ายทอดมาหาผมพร้อมกับความเข้าใจ ระหว่างกันที่ทำลายกำแพงพี่ชายน้องสาว ซึ่งมีมาตลอด 13 ปีลงจนหมดสิ้น ร่างน้องนาโอมิสั่นระริกไปกับการสัมผัสจูบครั้งแรก แต่ก็จูบตอบผมอย่างเต็มใจและเมื่อลิ้นผมกวาดเข้าสู่ภายในช่องปากลิ้นเรียว นุ่มก็กระหวัดรับอ่อนหวานนุ่มนวล

ร่างเปลือยของผมและน้องนาโอมิเอนตัวลงกับเสื่อตาตามิในห้องชงชาช้าๆ ผมลูบไล้ร่างกายนุ่มนวล ของน้องนาโอมิอย่างทะนุถนอม ผิวเนื้อละเอียดอ่อนจนผมสัมผัสได้ ถึงการลุกชูชันของเส้นขนตามร่างกายเมื่อ ถูกสัมผัส มือผมเลื่อนขึ้นมาสู่ทรางอกอวบอิ่มลูบไล้รับความเต่งตึงก่อนผ่านไปสู่หัวนม สีชมพูที่แข็งตัวทันทีเมื่อถูกบดคลึงจากฝ่ามือผม
"อาห์..อูว์…"

เสียงน้องนาโอมิครางในลำคอ แต่ยังคงไม่ยอมหยุดแลกลิ้น ที่เพิ่มความรุนแรงขึ้น เรื่อยๆ ตามอารมณ์รักที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มือน้อยของน้องนาโอมิเคลื่อนลงไปกุมควยผมไว้ ราวกับต้องการจะตอบโต้การถูก เคล้นคลึงหน้าอก มันขยับขึ้นลงไปมาเพิ่มความเสียวให้ผมจนต้องเพิ่มแรงเคล้นเต้านมคู่งามอย่าง ลืมตัว มืออีกข้างผมเคลื่อนตามลงไปหาโหนกหีนูนเด่นเบื้องล่าง เพียงสัมผัสแรกผมก็ได้รับรู้ถึงขนาดความโหนกนูน และแรงดีดสะท้อนที่เหนือกว่า ผู้หญิงทุกคนที่ผมเคยร่วมรักมา นิ้วผมไล้ไปตามรอยแยกที่เริ่มมีน้ำรักแรก ของเด็กหญิงซึมออกมา น้องนาโอมิถอนปากจากการจูบ ส่งเสียงครางออกมา
"อู้ว พะ พี่เอก…นาโอมิ เป็นอะไรไม่รู้…มันหวิวไปหมดแล้ว"

ผมจูบไซร้ติ่งหูน้อยๆ กระซิบแผ่วเบา

"นาโอมิจังกำลังเสียวน่ะ ไม่ต้องกลัวนะ ปล่อยตัวตามสบาย อยากร้องก็ร้องออกมาไม่ต้องกลั้นมันไว้"

นิ้วโป้งผมเบื้องล่างควานหาติ่งเสียว เหนือปากทางเข้าสู่ความเป็นสาว กดคลึงไปมาเป็นวงแล้วต่อยๆ เพิ่มแรงขึ้นทีละน้อย ส่วนนิ้วที่เหลือยังคงทำหน้าที่ไล้ตามรอยแยกที่ชุ่มฉ่ำ จนแคมอวบทั้งสองข้าง เริ่มแยกตัวรับนิ้วที่สอดเข้าไปช้าๆ ได้ไม่ยากนัก

"พี่เอก..นาโอมิเสียวเหลือเกิน..อูวส์"

นิ้วผมข้อแรกจมลงสู่ภายในร่องหลืบหนึบแน่น ทำเอาน้องนาโอมิส่งเสียงครางยาว สองมือเกร็งกำควยผมแน่น ผมเลื่อนตัวลงต่ำเพื่อดึงควยออกจากมือน้องนาโอมิ จูบไซร้หน้าอกงดงาม ที่ชูช่ออย่างชื่นใจ เม็ดหัวนมชูชัน ยั่วให้ผมใช้ลิ้นชิมรส และ สัมผัสความเต่งตึงของวัยแรกสาว ผมบดลิ้นเข้ากับเม็ดหัวนมหนักๆ จนน้องนาโอมิต้องแอ่นหน้าอกขึ้นรับการดูดดึง น้ำหล่อลื่นภายในรูหี หลั่งออกมาราวท่อปะปาแตกปล่อยให้นิ้วของผมจมลึกลงไป เรื่อยๆ จนปลายนิ้วสัมผัสเยื่อพรหมจรรย์ อ่อนนุ่มที่ซ่อนความสาวไว้ภายใน ผมส่ายวนนิ้วเป็นวางในรูหีคับแน่น กล้ามเนื้อภายในบีบรัดรับแรงสัมผัส เสียงน้องนาโอมิสั่นระริก

"พะ พะพี่เอก..สะเสียว…พอก่อน…นาโอมิฉี่จะราดแล้ว…"

"ไม่ใช่ฉี่หรอก นาโอมิจังกำลังจะถึงจุดไคลแมกซ์น่ะ ปลาอยไปเลยไม่ต้องกลัวนะคนดี"

ผมเน้นคลึงติ่งเสียวแรงขึ้น โยกนิ้วเข้าออกภายในร่องหลืบถี่ยิบ น้องนาโอมิตัวสั่นสองมือลากผมขึ้นไปประกบจูบแลกลิ้นพัลวัน

"อื๋ยยยยย…นาโอมิ…ถะ ถึงงงงแล้ววว"

น้องนาโอมิอ้าปากว้าง ส่งเสียงร้องลั่น เพียงครู่เดียวร่างงดงามก็กระตุกเฮือกเป็นจังหวะ นิ้วผมรับแรงตอดรัดตุบๆ ภายในรูหีพร้อมกับน้ำรักแรกที่ทะลักออกมาจนชุ่มโชก ผมถอนนิ้วจากร่องหลืบเพื่อกอดกระชับน้องนาโอมิไว้แน่น จูบพรมที่ใบหน้าอย่างทะนุถนอม น้องนาโอมิลืมตามองผม ยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วซุกหน้าลงกับอกผม
"นาโอมิมีความสุขที่สุดเลยพี่เอก มันเสียวสุดยอดจริงๆ"

ผมจูบปากน้อยเบาๆ
"นาโอมิจังจะมีความสุขมากว่านี้อีก แต่ตอนนี้ขอน้าชิมรสความรักของนาโอมิจังก่อนนะ"

ก่อนที่น้องนาโอมิจะเข้าใจความหมาย ผมก็ถอยร่างลงต่ำ เพื่อชื่นชมความงามของโหนกหี น้องนาโอมิอย่างเต็มตา การบุกรุกของนิ้วมือและความเสียวสุดยอด ทำให้แคมหีทั้งสองข้างเปิดอ้าออกเล็กน้อย เผยให้เห็นช่องทางเข้าสู่ภายในที่เป็นสีชมพูเข้ม เปียกชุ่มไปด้วยน้ำรัก ผมฟุบหน้าลงกับเนินอัศจรรย์อย่างยับยั้งใจไม่อยู่ เพื่อลิ้มชิมรสน้ำรักแรก สาวที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลิ้นผมไต่ลงไปในร่อง หลืบที่ชุ่มชื้น สัมผัสรสชาติที่แท้จริง ของน้องสาวแสนรักน้องนาโอมิส่ายสะโพกไปมา คราวญครางเสียงสั่นระริก

"พะ..พี่เอก อย่าเลีย ตรงนั้นมันสกปรก..มัน ฮ๊าวส์ ..มัน สะเสียว…"

สองขาน้องนาโอมิยกขึ้นสูง แล้วเกี่ยวรัดคอผมให้กดลงกับเนินหีอูมอย่างไม่รู้ ตัว สะโพกบิดไปมาราวกับจะสลัดให้หลุดจากการลงลิ้น แต่ลำขาเรียวงามกลับรัดแน่นขึ้นเพื่อกดใบหน้าผมให้อัดกับเนินหีนุ่ม

ผมเงยหน้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำรัก เลื่อนตัวกลับขึ้นไปหาน้องนาโอมิที่ดึงผมไปประกบจูบอย่างรุนแรง ผมจ่อปลายควยเข้ากับร่องหีฉ่ำเยิ้ม แล้วกดมันลงไปช้าๆ แม้จะเป็นควยขนาดเพียงสองนิ้วครึ่ง แต่เส้นรอบวงของมันก็มีขนาดใหญ่กว่านิ้วมือที่ผมเคยใช้มาก แคมทั้งสองข้างบีบรัดหัวควยไว้แน่น น้องน้าโอมิถอนจูบออกแล้วครางออกมา "โอย..พี่เอก มันคับจัง พี่เอกเย็ดนาโอมิแล้วใช่ไหม"

ผมขยับควยเข้าออกปากทางอย่างทะนุถนอม จนหัวควยจมผ่านแคมทั้งสองลงไปได้ เสียงน้องนาโอมิกัดฟันแน่น ผมขยับขึ้นลงเบาๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย กระซิบตอบข้างหูน้องนาโอมิ

"นาโอมิจังทนนิดเดียวนะ พี่จะทำเบาๆ ปล่อยใจให้สบายไม่ต้องเกร็ง พี่จะขอรับความสาวของนาโอมิจังไว้ แล้วนะ"
น้องนาโอมิซุกหน้ากับคอผมแน่น พยักหน้าพึมพัม
"พี่เอกเอาเข้ามาเถอะ นาโอมิพร้อมแล้ว นาโอมิจะเป็นเมียพี่เอกตลอดไป"

ผมสูดลมหายใจกด ควยผ่านเยื่อสาวขาดออกจากกัน แทรกตัวเองลงไปสู่ความอบอุ่น และความสาวของเด็กหญิงภายในที่ผมมีโอกาสเข้ามา เยือนเป็นคนแรก ผนังหลืบหีบีดรัดเกร็งตัวรับแท่งควยแนบแน่นจนแทบขยับไม่ได้ เสียงน้องนาโอมิร้องออกมาเบาๆ

"โอ๊ย..พี่เอก..อะไรฉีกก็ไม่รู้..นาโอมิเจ็บ"

ผมจูบซับน้ำตาที่ไหลออกมา เคลียใบหน้ากับแก้มน้องนาโอมิแล้วปลอบเบาๆ

"เยื่อไฮเม็นของนาโอมิจังขาดน่ะ นาโอมิจังเป็นเมียพี่เต็มตัวแล้วนะ"

"อูวส์ มันเจ็บจัง แต่นาโอมิทนได้ พี่เอกเย็ดต่อเถอะ นาโอมิอยากรับน้ำรักของพี่เอาไว้ในตัวนาโอมิ"


ผมจูบปากน้อยหนักๆ ลิ้นเกี่ยวพันไปมา มือสองข้างผมลลดลงไปกุมสะโพกกลมกลึงเบื้อล่าง บีบเคล้นไปมาพร้อมกับสายร่างส่วนบนให้บดเบียดกับหน้าอกเต่ง ของน้องนาโอมิ สองมือน้องนาโอมิโอบรัดคอผมแน่นสะโพกน้อยๆ เริ่มส่ายรับแรงปลุกเร้า ผมค่อยๆ ขยับควยเข้าออกทีละน้อย เพื่อรับน้ำหล่อลื่นที่เริ่มกลับมาชะโลมแท่งควยอีก ครั้งหลังจากความเสียวเริ่มก่อตัวขึ้น เพียงครู่เดียวผมก็สามารถกระเด้าช้าๆ และเพิ่มความถี่ขึ้น
"อะ อาว…โอย สะเสียว…"

เสียงน้องน่าโอมิครวญคราง ผมยกร่างขึ้นคุกเข่ากับพื้นเสื่อตาตามิ แล้วช้อนขาเรียวงาม ของน้องนาโอมิขึ้นมากดพักไว้กับแขนผม ทำให้โหนกหีนูนเด่นขึ้นมาอย่างเต็มที่ ผมจำเป็นต้องใช้ท่านี้เพราะเป็นท่าที่ทำให้ควยสั้นๆ ของผมเข้าไปในร่องหลืบอวบแน่นของน้องนาโอมิได้ลึกที่สุด สะโพกผมกระเด้าถี่ยิบกระหน่ำควยลงกับโหนกหีอวบนูนโดยไม่ยั้ง ยิ้งผมกระแทรกแรงเท่าไหร่ แรงสะท้อนของโหนกหีอูมสุดยอดของน้องนาโอมิก็ดีดตัว กลับมาแรงเท่านั้น ยิ่งเพิ่มความเสียวจนไม่สามารถกลั้นน้ำรักได้อีกต่อไป

"พะ พะ พี่เอก ลึกจึง มันจี๊ดดด..แล้ว โอ๊วส์ ยะ อย่สาหยุดนะ พี่เอก เร่งอีก นาโอมิจะ..จะ โอ๊วส์"

น้องนาโอมิร้องลั่น ร่างกระตุกยกสะโพกขึ้นสูง ผมกดควยอัดแน่นกับโหนกหีนุ่ม ระเบิดน้ำรักเข้าไปสู่มดลูกเด็กหญิงทั้งหมด ปริมาณมันมากจนล้นไหลออกมาหยดลงบนพื้นเบื้องล่าง ผมฟุบร่างลงกับหน้าอกเต่งตึงของน้องนาโอมิอย่างหมดแรง แต่เปี่ยมไปด้วยความสุขสุดยอดที่เหนือกว่าการร่วมรักกับผู้หญิงอื่นที่ผม ผ่านมาทั้งหมด

น้องนาโอมิหายใจแผ่ว ลูบไล้เรือนผมของผมแผ่วเบาไปมา
"นาโอมิมีความสุขที่สุดเลย พี่เอกล่ะมีความสุขไหม"

ผมซุกหน้าฟัดเต้างามไปมา ส่งเสียงตอบ
"พี่มีความสุขที่สุด หีนาโอมิจังยอดเยี่ยมเหลือเกิน ทำเอาพี่หมดแรงเลยนะ"

น้อวงนาโอมิทุบไหล่ผมเบาๆ
"พี่เอกพูดอะไร นาโอมิอายนะ"

ผมเลื่อนตัวขึ้นไปจูบน้องนาโอมิ แล้งกระซิบล้อๆ

"จริงๆ นะ หีนาโอมิจังทั้งนูนทั้งอวบ นี่ถ้าพี่มีควยยาวกว่านี้ นาโอมิจังจะยิ่งมีความสุขนะ"

น้องนาโอมิส่ายหน้า ยกมือขึ้นกดปากผม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"พี่เอก นาโอมิไม่สนใจหรอกว่าควยพี่เอกจะมีขนาดแค่ไหน สิ่งที่นาโอมิต้องการคือหัวใจของพี่เอก ควยพี่ให้ความสุขนาโอมิเต็มที่แล้วนาโอมิไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้ และที่สำคัญ…"

น้องนาโอมิโผเข้ากอดผมแน่น

"ถ้าควยพี่เอกใหญ่กว่านี้ เดี๋ยวสาวๆ ก็มาแย่งพี่เอกไปจากนาโอมิ"

ผมกอดร่างน้องสาวที่กลายมาเป็นเมียผมด้วยความรักเต็มหัวใจ

"พี่เอกสัญญากับนาโอมินะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพี่จะต้องอยู่กับนาโอมิตลอดไป"

ผมพยักหน้ารับ
"พี่สัญญา นาโอมิจะเป็นภรรยาของพี่ตลอดไป"
"แกร๊ก"

ผมและน้องนาโอมิสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงประตูเลื่อนห้องชงชาเปิดออก ร่างของอาโรเบิร์ตยืนนิ่งอยู่ด้านนอก

"คุณพ่อ.."
"คุณอา…"
"ลูกนาโอมิ…"
ผมถอนหายใจ เมื่อนึกถึงสายตาของอาโรเบิร์ตที่กลับมาพบว่า ผมกำลังเย็ดน้องนาโอมิอยู่ที่ห้องชงชา ท่ามกลางความตกตะลึงนั้น อาโรเบิร์ตไม่ได้พูดหรือแสดงท่าทีโกรธเคือง สายตาอาโรเบิร์ตมีแต่เพียงแววตาที่แสดงความเสียใจ และ นำน้องนาโอมิออกไปจากห้อง อะไรลูกสาวโดยไม่ได้พูดดุด่าน้องนาโอมิหรือผมแม้แต่คำเดียว และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เห็นน้องสาวที่ผมตั้งใจจะให้เป็นภรรยา เพราะคืนนั้นเองอาโรเบริ์ต ก็พาน้องนาโอมิเดินทางไปสหรัฐฯ โดยไม่บอกให้ใครรับรู้แม้กระทั่งคุณพ่อของผมที่เป็นเพื่อนสนิท

ตลอดเวลาผมพยายามหาทางติดต่อน้องนาโอมิ แต่ดูเหมือนว่าน้องนาโอมิจะหายไปจากโลกนี้ โดยไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ความผิดหวังครั้งนั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจทิ้งทุกอย่างใน ญี่ปุ่นแล้วเดินทางมาทำธุรกิจในประเทศไทย จนถึงทุกวันนี้ แม้ปัจจุบันหัวใจผมจะได้รับการเยียวยาและถูกครอบครองโดยน้องๆ ที่น่ารักทุกคน แต่ผมก็รู้ดีว่าส่วนหนึ่งมันยังคงมีน้องนาโอมิ อยู่ในความทรงจำโดยไม่มีทาง ที่จะลบเลือนไปได้ ผมพึมพำออกมาอย่างเลื่อนลอย
"นาโอมิจัง อยู่ที่ไหน พี่คิดถึงนาโอมิจังที่สุดนะ"
บทแทรกที่ 11
"นาโอมิจัง อยู่ที่ไหน พี่คิดถึงนาโอมิจังที่สุดนะ"

เสียงแผ่วเบาแว่วขึ้นในสมองของ ดร.นาโอมิ หญิงสาวสะดุ้งเฮือก สายตาละจากภาพของชายหนุ่มเบื้องหน้า หันมองซ้ายขวาราวกับไม่เชื่อหูตนเอง เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของชายหนุ่มที่ ดร.นาโอมิรอคอยมาตลอดชีวิต ใจของ ดร.นาโอมิหวนคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันที่เด็กหญิงนาโอมิวัย 13 ปี มอบร่างกายให้ชายหนุ่มคนเดียวที่เธอรัก แต่หลังจากถูกบิดาพบเห็น เด็กหญิงก็ถูกบิดานำตัวมาสหรัฐฯ โดยไม่มีโอกาสร่ำลาหรือติดต่อพี่เอกของเธอได้อีก จนกระทั่งได้มาพบสามีคนแรก และ คนเดียวอีกครั้งในสถานที่แห่งนี้ หญิงสาวผุดลุกขึ้นก้าวตรงไปที่หลอดแก้วที่บรรจุร่างของเอกราชวางสองมือแนบ กับฝาหลอดแก้ว น้ำตาไหลออกมาเป็นทาง หญิงสาวส่งเสียงแผ่วเบาราวกับต้องการจะสื่อกับผู้ที่นอนสงบนิ่งอยู่นั้น

"พี่เอก นาโอมิอยู่ที่นี่ น้องสาวคนนี้กลับมาหาพี่เอกแล้ว"

เส้นกราฟแสดงการทำงานของสมองเบื้องหน้า ซึ่งสงบนิ่งอยู่ระยะหนึ่ง กลับเต้นกระตุกขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง ดร.นาโอมิ มองจอภาพอย่างตะลึงงัน ประสบการณ์ของหญิงสาวบอกให้รู้ว่านี่คือเส้นกราฟที่แสดงอาการแปลกใจและ ตื่นเต้นถึงที่สุด ห้วงสมอง ดร.นาโอมิปรากฏเสียงดังขึ้นราวกับฟ้าผ่า

"นาโอมิจัง…น้องอยู่ไหน … "
"พี่เอก นาโอมิอยู่ที่นี่ น้องสาวคนนี้กลับมาหาพี่เอกแล้ว"

ผมสะดุ้งเฮือกขึ้นทั้งร่าง เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของนาโอมิจังที่ผมไม่มีวันจำผิดพลาดแม้เวลาจะผ่านไป แล้วถึง 8 ปีเต็ม ผมตะโกนลั่นออกมาอย่างลืมตัว

"นาโอมิจัง…น้องอยู่ไหน … "

"นาโอมิอยู่ข้างๆ พี่เอกเสมอ จะไม่มีวันจากพี่เอกไปอีกแล้ว"

เสียงในสมองผมดังขึ้น ผมรู้ดีว่านี่เป็นการสื่อสารทางจิตในรูปแบบเดียวกับ ที่ผมสื่อสารกับน้อง พิงค์ แต่ก็อดหันซ้ายขวาเพื่อหาต้นตอของเสียงในสมองไม่ได้

"นาโอมิจังมาหาพี่เถอะ พี่คิดถึงนาโอมิเหลือเกิน"

ผมส่งกระแสจิตตอบน้องสาวสุดที่รัก กระแสจิตของน้องนาโอมิเงียบไปครู่ใหญ่ แล้วกลับดังขึ้นอีกครั้ง มันเป็นกระแสจิตที่ผมรู้สึกเหมือนได้ว่าน้องนาโอมิกำลังตัดสินใจอะไร บางอย่าง..

"พี่เอกรอนาโอมิหน่อยนะ..นาโอมิจะไปหาพี่เอกให้เร็วที่สุด จะไม่ยอมห่างจากสามีของนาโอมิอีกแล้ว"
บทแทรกที่ 12
"พี่เอกรอนาโอมิหน่อยนะ นาโอมิจะไปหาพี่เอกให้เร็วที่สุด จะไม่ยอมห่างจากสามีของนาโอมิอีกแล้ว"

หญิงสาวตอบเสียงชายคนรักด้วยความรู้สึกสับสน การติดต่อทางจิต เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ของกองทัพสหรัฐฯ พยายามค้นคว้าวิจัยมาเป็นเวลานาน แต่ไม่เคยมีหลักฐานยินยันได้ว่าการติดต่อรูปแบบนี้เป็นเรื่องจริงหรือเป็น เพียงสัญญานในสมองสร้างขึ้นเอง แต่ในวินาทีนี้ ดร.นาโอมิเลือกที่จะเชื่อหัวใจมากกว่าสิ่งที่พิสูจน์ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว สมองของหญิงสาวเริ่มปรากฏภาพรางๆ ของอาคารที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นัยตาเริ่มหรี่ปรือด้วยความงุนงง อาการที่เริ่มขึ้นทำให้ ดร.นาโอมิ เข้าใจทุกอย่างทันที ริมฝีปากส่งเสียงพึมพัมออกมา

"การเหนี่ยวนำทางจิต พี่เอกเรียกนาโอมิแล้ว"

หญิงสาวละมือที่แนบหลอดแก้ว เดินตรงมาที่แท่นควบคุมคอมพิวเตอร์หลัก ป้อนข้อมูลชุดหนึ่งลงไป เพียงครู่เดียวบนหน้าจอก็ปรากฏข้อความที่แสดงคำตอบขึ้น

ระดับพลังงานหลัก
สถานะแช่แข็ง 1,000 ปี
สถานะกึ่งแช่แข็ง 800 ปี
สถานะปัจจุบัน 500 ปี

ระดับสารอาหารหมุนเวียน
สถานะแช่แข็ง 3,000 ปี
สถานะกึ่งแช่แข็ง 1,000 ปี
สถานะปัจจุบัน 500 ปี

ระดับการเสื่อมสลายของร่างกาย
สถานะแช่แข็ง ...1000 ปี
สถานะกึ่งแช่แข็ง 700 ปี
สถานะปัจจุบัน 500 ปี
"ห้าร้อยปี"

หญิงสาวพึมพำออกมา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากเรียวงาม

"พี่เอกคงต้องเบื่อนาโอมิแน่ๆ เลย"

นิ้วเรียวงามป้อนข้อมูลชุดใหญ่ลงไปในเครื่องควบคุม อักษรสีแดงเจิดจ้าปรากฏขึ้นที่หน้าจอ

โปรแกรม Doomsday เริ่มทำงาน กรุณาป้อนรหัสควบคุม

หญิงสาวอมยิ้ม นึกถึงคำที่ปรากฏบนจดหมายปิดผนึก ซึ่งพบที่โต๊ะทำงานของบิดาเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา จดหมายลักษณะเดียวกันถูกส่งมายังวุฒิสมาชิกโรเบิร์ต มัสสุโมโต้ทุกสัปดาห์ ภายใต้รหัส Doomsday ซึ่ง ดร.นาโอมิทราบแต่เพียงว่าเป็นรหัสควบคุมการทำงานของโครงการบางอย่างที่ต้อง มีการเปลี่ยนแปลงทุกสัปดาห์ และ วุฒิสมาชิกโรเบิร์ต ซึ่งเป็นมือขวาของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้านความมั่นคงก็ต้องได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นประจำ ปกติแล้ว ดร.นาโอมิจะไม่สนใจข้อความที่ปรากฏมากนัก แต่ข้อความที่ส่งมาล่าสุดกลับเป็นข้อความที่กระทบจิตใจของหญิงสาว และจดจำไว้ในสมองโดยไม่ลืมเลือน โดยไม่คาดคิดว่าการเดินทางมาที่ The cave ครั้งนี้กลับเป็นการเดินทางมาสู่ใจกลางของโครงการ Doomsday โดยบังเอิญ

หญิงสาวป้อนประโยคในจดหมายลงบนเครื่องควบคุม
Love is Forever

ดร.นาโอมิสูดลมหายใจกดแป้น Enter จอภาพเปลี่ยนเป็นสีเขียว ปรากฏข้อความขึ้น

รหัสควบคุมถูกต้อง กรุณาปิดผนึกห้อง
ดร.นาโอมิกวาดสายตาไปรอบด้าน มีเพียงแถวยาวของหลอดแก้วเรียงรายไปสุดทางเดิน ชีวิตเดียวที่ยัง "ตื่น" อยู่ใน The Cave มีเพียงหญิงสาวที่กำลังตัดสินใจครั้งสุดท้าย นิ้วเรียวงามกดลงที่จอภาพที่ปรากฏคำ Close กระพริบถี่
ต๊อดดดดดดด……ต๊อดดดดดดดดดด
เสียงสัญญานเตือนดังลั่นขึ้นถี่ยิบ ภายนอก The Cave เสียงเตือนจากคอมพิวเตอร์หลักดังขึ้นเป็นระยะ

โปรแกรม Doomsday ทำงาน กรุณาอพยพออกจากบริเวณภายใน 10 นาที

ประตูทรงกลมของ The cave ปิดตัวเองลงอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของห้องทั้งหลังว่ากำลังเคลื่อนที่ลงต่ำ อย่างช้าๆ แต่ไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าภายนอกเจ้าหน้าที่ The cave ทุกคนกำลังวิ่งออกจากห้องสนับสนุนอย่างบ้าคลั่ง เมื่อ The cave กำลังจมหายลงไปสู่ความมืดสนิทเบื้องล่าง

ภายใน The Cave เสียงที่ปราศจากอารมณ์ของคอมพิวเตอร์หลัก ดังขึ้นเป็นระยะ

เตรียมเข้าสู่ระบบจำศีล ในอีก 10 นาที กรุณาเข้าประจำหลอดป้องกัน

หญิงสาวถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกจากร่าง ก้าวตรงไปที่หลอดแก้วของคนรักแล้วทาบมือกับผนังหลอดแก้วอีกครั้ง เพื่อส่งผ่านคำพูดสุดท้ายไปยังผู้ที่นอนสงบอยู่เบื้องหน้า ก่อนที่จะเดินตรงไปที่หลอดแก้วว่างหลอดหนึ่งแล้วก้าวลงไปหยิบเครื่องควบคุม มาใส่บนศีรษะ

กรอบของหลอดแก้วปิดตัวเองลงอย่างนุ่มนวล ของเหลวสีแดงเข้มเริ่มไหลเข้าท่วมร่างเปล่าเปลือยของ ดร.นาโอมิทีละน้อย ในขณะที่หญิงสาวถูกเข้าสู่ภาวะแพนโดร่าโดยสมบูรณ์

The cave หยุดการเลื่อนตัวเมื่อถึงที่หมาย เสียงแผ่นตะกั่วหนาเคลื่อนที่เข้าคลุมภายนอกทั้งหมด ดังขึ้นโดยปราศจากผู้ได้ยิน ไฟหลักทั้งหมดดับลงคงเหลือแต่เพียงแสงสีแดงเรียงรายไปตามแนวของหลอดแก้ว เสียงคอมพิวเตอร์ควบคุมดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปิดตัวเองเข้าสู่ภาวะจำศีล

ปฏิบัติการสมบูรณ์ 15 สิงหาคม 2006
"น้าเอก"..

เสียงน้องซูกุมิเคาะประตูเรียกผมที่หน้าห้องน้ำ ปลุกผมตื่นจากภวังค์แปลกประหลาด แต่เสียงน้องนาโอมิ ที่ดังขึ้นก่อนจะหายไปยังกังวานอยู่ในสมองผม "นาโอมิรักพี่เอกตลอดไป"

ผมสะบัดศีรษะ ดูนาฬิกาในห้องน้ำด้วยความประหลาดใจ เพราะมันเป็นเวลาเกือบ สองทุ่ม แสดงว่าหลังจากผมเย็ดกับยูโกะ โทโมเอะสองแม่ลูกแล้วมาแช่น้ำในจากุชชี่ เวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมงแล้ว ผมรีบลุกขึ้นเปิดประตูห้องน้ำ เพื่อพบกับน้องซูกุมิที่ยืนยิ้มรออยู่

"น้าเอกเข้าไปทำอะไรนานจัง"

ผมส่ายหน้า ดึงร่างเมียรักมาจูบเบาๆ ก่อนตอบ

"น้าเพลียนิดหน่อยน่ะ เลยเผลอหลับไป ซูกุมิจังมีอะไรหรือเปล่า"

น้องซูกุมิพยักหน้า

"มีผู้หญิงคนหนึ่งมารอพบน้าเอกน่ะ บอกว่าจะมาสัมภาษณ์งานเป็นครูสอนให้พวกซูกุมิทั้งหมด"

ผมเช็ดตัวด้วยผ้าขนหนู พลางคุยกับน้องซูกุมิอย่างไม่สนใจอะไรนัก

"แล้วเขาซชื่ออะไรล่ะ ซูกุมิเจอเขาหรือยัง เป็นไงบ้าง"

"พี่เขาไม่ยอมบอกชื่อน่ะน้าเอก พี่เขาสวยมากเลยนะ อายุยังน้อยมากแต่จบปริญาเอกแล้ว ที่น่าแปลกคือพี่เขารู้จักพวกซูกุมิทุกคนเลย ทั้งที่มาที่นี่เป็นครั้งแรก ซูกุมิพยายามถามว่ารู้จักพวกเราได้ยังไง พี่เขาก็อมยิ้มไม่ยอมตอบ พอซุกุมิบอกว่าจะมาบอกพี่เอกให้ไปพบ พี่เขาก็ห้ามไว้บอกว่าปล่อยให้น้าเอกพักผ่อนไปก่อน ไม่รู้ว่าพี่เขารู้ได้ยังไง"

"อืมห์ แปลกดีนะ"

ผมแต่งตัวพลาง ถามน้องซูกุมิต่อ

"แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนล่ะ"

"พี่เขาอยู่ที่ห้องอาหารกับทุกคน ซูกุมิชวนให้รอกินอาหารเย็นพร้อมน้าเอกน่ะ"

น้องซูกุมิบอก ขณะที่ผมแต่งตัวเสร็จแล้วเดินโอบเอวอ้อนแอ้นของเด็กหญิงออกจากห้อง

"ทุกคนชอบพี่เขาไหมล่ะ"

น้องซูกุมิพยักหน้ารับอย่างกระตือรือล้น

"ตอนที่รอน้าเอก พี่เขาคุยกับทุกคนสนิทเชียว พี่เขาน่ารักมากนะ น้าเอกรับไว้เป็นครูสอนพวกซูกุมิเถอะ"

ผมพยักหน้า

"โอเคเลย…เดี๋ยวน้าจะตกลงกับเขานะ"

ผมก้าวเข้าห้องอาหารพร้อมน้องซูกุมิ ภายในห้องทุกคนจับกลุ่มกันอยู่ที่โต๊ะพักผ่อนด้านหลัง รุมล้อมร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่หันหลังให้ผม ซึ่งผมแน่ใจว่าน่าจะเป็นร่าง ของผู้ที่มาสมัครเป็นครูสอนพิเศษให้น้องๆ ทุกคนที่แมนชั่นแห่งนี้ เสียงหัวเราะดังขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มไม่ขาดสาย ดูจะจริงอย่างที่น้องซูกุมิบอก เพราะรู้สึกว่า "ครู" คนนี้จะเข้ากับทุกคนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผมตกลงใจในทันทีที่จะจ้างให้หญิงสาวคนนี้มาสอนเมียน้อยๆ ทุกคนของผม

น้องโทโมเอะ เงยหน้าขึ้นเห็นผมที่กำลังเดินตรงมาที่กลุ่ม แล้วโบกมือให้พร้อมร้องเรียก

"น้าเอกๆๆ ๆมานี่เร็ว ครูรอพบอยู่"

ร่างอ้อนแอ้นของหญิงสาวหันกลับมาเผชิญหน้าผมในทันที ผมสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าเรียวงาม ดวงตากลมโต และรอยยิ้มที่แจ่มใสเมื่อประสานสายตาผม มันเป็นใบหน้าของใครไม่ได้อีกแล้ว แม้เวลาจะผ่านไป 8 ปี แต่นั่นเป็นใบหน้าของเด็กหญิงที่กำหัวใจส่วนหนึ่งของผมไว้ตลอดมา

"นาโอมิจัง"

ผมอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง น้องนาโอมิโถมออกจากกลุ่ม กระโดดขึ้นกอดผมราวกับเป็นเด็กหญิงอายุ 13 คนเดิมที่ผมเคยอุ้มร่างน้อยไว้ทุกครั้งที่ผมกลับมาถึงบ้าน ร่างอบอุ่นนุ่มนวลที่แบแน่นอยู่กับผมบอกให้รู้ว่านี่เป็นน้องนาโอมิจริงๆ ไม่ใช่ความฝันที่ผมคิดไปเองแต่อย่างใด

"พี่เอกของนาโอมิ นาโอมิกลับมาหาพี่เอกแล้ว"

เสียงน้องนาโอมิพร่ำบอกข้างหูผมปนสะอื้น วงแขนหญิงสาวกอดผมแน่น ราวกับไม่ต้องการแยกออกห่างแม้แต่วินาทีเดียว ผมกอดตอบยกร่างน้องนาโอมิขึ้นแล้วหมุนรอบๆ ตัวเหมือนที่ผมเคยทำกับน้องสาวคนนี้ในวัยเด็ก ก่อนวางร่างงามลงกับพื้น
"นาโอมิจัง พี่คิดถึงนาโอมิจังที่สุด มาได้ยังไงเนี่ย"
น้องนาโอมิ ยิ้มสดใส
"พี่เอกอย่าเพิ่งถามนาโอมิเลยนะ นาโอมิจะเล่าให้พี่เอกฟังทีหลัง แต่ตอนนี้นาโอมิจะมาอยู่กับพี่เอกที่นี่แหละ พี่เอกจะไล่นาโอมิไปไหนนาโอมิก็ไม่ไปทั้งนั้น"

ผมกอดร่างน้องนาโอมิไว้แน่น

"พี่ไม่มีวันปล่อยน้องนาโอมิไปไหนอีกแล้ว อยู่กับพี่ที่นี่นะ ..แต่…."

ผมชะงักนิดหนึ่งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ผมมีเมียอีก 11 คนที่พักร่วมกันอยู่ในแมนชั่นนี้ สายตาทุกคนกำลังจับจ้องมาที่ผมกับน้องนาโอมิกับผมอย่างงุนงง น้องนาโอมิหัวเราะในอ้อมอกผม ส่งเสียงเบาๆ

"พี่เอกไม่ต้องห่วงหรอก นาโอมิรู้ดีว่าทุกคนในนี้เป็นเมียพี่เอกทั้งนั้น นาโอมิขออยู่ด้วยอีกคนเท่านั้นแหละ แต่มีข้อแม้ข้อเดียว"

"อะไรหรือนาโอมิจัง"

วงแขนน้องนาโอมิกอดผมแน่นขึ้น ริมฝีปากบางของหญิงสาวจูบผมนิ่งนาน ความหอมหวานของมันเป็นดังเช่น 8 ปีที่ผ่านมาไม่มีผิด เสียงน้องนาโอมิกระซิบอายๆ ข้างหูผม

"คืนนี้พี่เอกต้องเป็นของนาโอมิคนเดียว"

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดเช้าส่องเข้ามากระทบสายตาผม ที่กำลังจ้องใบหน้างดงามของน้องนาโอมิ ซึ่งยังคงหลับไหลอยู่ข้างกาย การร่วมรักกับน้องนาโอมิตลอดคืนเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผมได้รับทุกสิ่งที่ ขาดหายกลับเข้ามาสู่ชีวิตอย่างสมบูรณ์ เนินหีโนหกนูนที่แสนมหัศจรรย์ ของน้องนาโอมิดูดรับควยของผมอย่างกระหาย ส่งแรงสะท้อนที่หนักแน่นนุ่มนวลตอบโต้การเย็ดของผมทั้งคืน จนในที่สุดน้องนาโอมิก็หมดแรงหลับสนิทโดยซุกร่างเปลือยในอ้อมกอดผมราวกับไม่ ต้องการจะห่างไปแม้แต่วินาทีเดียว

เมื่อคืนที่ผ่านมาผมอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างผมกับน้องนาโอมิให้ทุกคนฟัง ระหว่างรับประทานอาหาร ทำให้น้องทุกคนต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับน้องนาโอมิ และยอมรับ "พี่สาว' คนใหม่ด้วยความเต็มใจ หลังจากนั้นทุกคนก็ดันให้ผมกับน้องนาโอมิขึ้นมาระลึกความหลังที่ห้องนอนใหญ่ กันเพียงสองคนตลอดคืน

ผมเลื่อนไล้มือเข้ากับหน้าอกคู่งามเบื้องหน้า มันเติบโตขึ้นกว่าที่ผมเห็นครั้งสุดท้ายมาก แต่ความเต่งตึงและนุ่มนวลยังคงไม่ต่างกับทรวงอกแรกผลิของเด็กหญิงวัย 13 ที่ผมได้ร่วมรักเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา เม็ดยอดสีชมพูจัดยุบตัวลงหลังจากที่ต้องตั้งชูชันรับการดูดดมอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ผมไล้มือลงสู่เนินหีที่โค้งตัวนูนเด่นเป็นกระเปาะ ที่แทบใช้ฝ่ามือปิดไม่มิด ถ้าจะมีผู้ที่เทียบเคียงได้ก้คงมีแต่เพียงน้องซายากะเจ้าของเนินนูนที่ ปัจจุบันกลับไปอยู่ญี่ปุ่นพร้อมพี่สาวเท่านั้น

เนินหีอวบ ส่งแรงสะท้อนสู้มือจนควยผมลุกขึ้นมาอีกครั้ง ผมไล้นิ้วไปมาที่หน้าปากทางเข้าสู่ร่องหลืบ สัมผัสขนหมอยอ่อนนุ่มที่ขึ้นปกคลุมแคมทั้งสองข้างไว้ น้ำรักที่ทะลักทะลายออกมาต่อเนื่องตลอดคืนทำให้ขนหมอยจำนวนหนึ่งเปียกชื้น และเกาะตัวราบกับแคมหีอวบ นิ้วผมเริ่มพยายามหาทางแทรกผ่านลงไปสู่ความแน่นหนึบภายใน พร้อมกับเจ้าของหีส่ายสะโพกช่วยให้มันจมลงไปช้าๆ

"อูย..พี่เอก..จะเย็ดนาโอมิอีกแล้วหรือ"

น้องนาโอมิครางทั้งที่ยังงัวเงีย น้ำหล่อลื่นเริ่มซึมออกมาอำนวยความสะดวกอีกครั้ง ผมยกขาเรียวงามขึ้นมาดอกไว้กับเอว แล้วค่อยๆดันควยเข้าสู่แคมหีอวบเบื้องหน้า

"อูย..พี่เอก…ใหญ่ดีจัง…."
ผมอมยิ้มขณะที่เริ่มกระเด้าช้าๆ โดยมีน้องนาโอมิช่วยขยับสะโพกตอบโต้ ใจผมคิดถึงคืนที่ผ่านมาเมื่อน้องนาโอมิเห็นควยผมที่แข็งตัวเต็มที่ด้วยความ ตกใจ และระล่ำระลักถามถึงควยสองนิ้วครึ่งที่ผมเคยเย็ดเมื่อ 8 ปีก่อน แต่เมื่อผมสอดควยเข้าสู่ร่องหลืบคับแน่นไปจนสุดทาง น้องนาโอมิก็ครวญครางลั่นด้วยความสุขและพร่ำบอกถึงความเสียวที่ได้รับไม่ หยุด

"อูวส์…พี่เอก..ระ เร่งอีก…นา.."

น้องนาโอมิครางเสียงสั่นระริก ผมกอดเอวอ้อนแอ้นไว้แน่นแล้วกระเด้าเข้าออกถี่ยิบ ร่างงามสั่นสะท้าน สองมือรัดคอผมลงไประดมจูบไม่หยุด

"เสียว..ๆ โอย…อูวส์ นาโอมิรักพี่เอก….อ๊ายยยยยยย"

โคกหีมหึมาของน้องนาโอมิ กระตุกหนุบหนับเป็นจังหวะ ผมแอ่นตัวอัดน้ำรักกระฉูดเข้าสู่ร่องหลืบน้องสาวอัจฉริยะของผมเต็มที่ ส่งเสียงกระซิบข้างใบหูขาวสะอาดนั้น
"นาโอมิจังเยี่ยมที่สุด พี่มีความสุขจังเลย นี่พี่ฝันไปหรือเปล่าที่ได้เย็ดนาโอมิจังแบบนี้"

ร่างน้องนาโอมิดูจะสะดุ้งเล็กน้อยเทื่อได้ยินคำพูดผม น้องนาโอมิเงยหน้า ที่แดงเรื่อจากจุดสุดยอดขึ้นสานสายตาผม แล้วยกมือขึ้นปิดปากผม ส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วพูดตอบเบาๆ

"พี่เอกไม่ได้ฝัน ทุกอย่างที่พี่เอกสัมผัสและรับรู้เป็นความจริง ความสุขของพี่เอกของนาโอมิ และน้องๆ ทุกคนจะคงอยู่ตลอดไปอีกยาวนาน นาโอมิรับรอง"

ผมงุนงงเล็กน้อยกับคำพูดแปลกๆ ของน้องนาโอมิ
"นาโอมิจังพูดเหมือนรู้อะไรบางอย่าง ที่พี่ไม่รู้"

น้องนาโอมิซุกหน้ากับอกผม สะโพกงามเริ่มส่ายปลุกเน้าแท่งควยของผมที่ยังคงฝังตัวอยู่ในรูหีอบอุ่น ริมฝีปากเรียวงามส่งเสียงราวกับละเมอ

"วันเวลาของทุกคนยังมีอีกยาวนาน นาโอมิจะค่อยๆ บอกพี่เอก แต่ตอนนี้พี่เอกอย่าเพิ่งถามอะไรนาโอมิเพราะนาโอมิต้องการรับความสุขจากพี่ เอกให้มากที่สุดทดแทนสิ่งที่นาโอมิเสียไปใน 8 ปีที่ผ่านมา ถ้าพี่เอกยังไม่เบื่อนาโอมิซะก่อน"

ผมกระเด้าสะโพกอัดควยเข้ากับความอวบนูนของเนินหีน้องสาวแสนรัก กอดร่างงดงามไว้แน่น

"พี่ไม่มีวันเบื่อนาโอมิจัง ต่อให้ผ่านไปอีกสิบปี ยี่สิบปี พี่ก็จะเย็ดนาโอมิจังแบบนี้"

เสียงน้องนาโอมิพึมพัมขึ้นมา

"ถ้าเป็น 500 ปีล่ะพี่เอก.."

จบบริบูรณ์


Lolita Mansion (คฤหาสน์สาวน้อยพาเสียว)
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 ตอนที่ 6 ตอนที่ 7
ตอนที่ 8 ตอนที่ 9 ตอนที่ 10 ตอนที่ 11 ตอนที่ 12 ตอนที่ 13 ตอนที่ 14


Lolita mansion - ตอนที่ 13 ความจริงหรือความฝัน



Lolita Mansion (คฤหาสน์สาวน้อยพาเสียว)
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 ตอนที่ 6 ตอนที่ 7
ตอนที่ 8 ตอนที่ 9 ตอนที่ 10 ตอนที่ 11 ตอนที่ 12 ตอนที่ 13 ตอนที่ 14


ผมยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าอยู่ที่ระเบียงห้องนอน ทั้งที่ยังเปลือยกาย ภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผ่านโค้งคุ้งน้ำท่ามกลางแสงแดดยามเช้าเป็นประกาย ระยิบระยับ แสงแดดอ่อนที่กระทบร่างผมไม่เพียงแต่ทำให้ผมรู้สึกสดชื่นร่างกายเท่านั้น แต่ดูราวกับว่าความอบอุ่นของมันผ่านะลุเข้าไปยังหัวใจสร้างความสดชื่นแจ่มใส ให้ผมใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบในวันใหม่อีกครั้ง

แมนชั่นใหม่ของผม ที่โค้งน้ำบางกระเจ้าสร้างเสร็จและตกแต่งเรียบร้อยเมื่อ อาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จะเป็นแมนชั่น 3 ชั้นขนาดเล็กเพียง 30 ห้องแต่ทุกห้องก็มีขนาดใหญ่ และตกแต่งอย่างดีที่สุดเท่าที่อำนาจเงินจะบรรดาลให้ได้ ตัวอาคารล้อมรอบไปด้วยพรรณไม้จำนวนมาก จนเขียวครึ้มราวกับป่า ห่างไกลจากชุมชนรอบข้าง ทำให้มันเป็นสถานที่ที่สงบ สำหรับการใช้ชีวิตร่วมกับน้องทุกคนในความดูแลของ ผม

เมื่อวานเป็นวันเกิดครบ 36 ปีของผม ซึ่งผมก็ถือเอาเป็นเวลาที่เหมาะสม สำหรับการย้ายที่พักของผมและน้องทุกคนมา รวมกันที่นี่ น้องทุกคนมีห้องของตัวเอง โดยที่พักของผมอยู่ชั้นบนสุดเพียงห้องเดียวเนื่องจากบนชั้นนี้ยังเป็นที่ ตั้งของสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ผมสร้างไว้เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ร่วมกัน

เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น เสื้อคลุมนอนผ้าฝ้ายสีขาวถูกยกขึ้นคลุมร่างผม และผู้ที่คลุมให้ก็สวมกอดผมไว้ ทางด้านหลัง กริยาแบบนี้ผมรู้ดีว่าเป็นใครโดยไม่ต้องหันไปดูแม้แต่น้อย
"น้าเอกตื่นเช้าจัง"
เสียงแผ่วเบาแต่กังวานใสของน้องซูกุมิ ทักทายผมจากด้านหลัง ผมหันไปดึงร่างน้องซุกุมิให้พลิกตัวมาด้านหน้าผมแล้วกอดร่างเมียตัวน้อยๆ ที่ผมแสนรักไว้หลวมๆ จูบประทับปากนิ่มนวลแผ่วเบาเป็นการทักทาย
"ซูกุมิจังไม่เพลียหรือ เมื่อคืนไม่ได้นอนกันเลยนะ"

น้องซูกุมิส่ายหน้าเล็กน้อย
"ง่วงนิดหน่อยน่ะน้าเอก แต่อยากอยู่ใกล้ๆ น้าเอกมากว่า"

"แล้วคนอื่นๆ ล่ะ ตื่นกันหรือยัง"
"ตอนซูกุมิลุกมายังนอนกันเต็มห้อง เสื้อผ้าก็ไม่ใส่สักคนเดี๋ยวเป็นหวัดกันหมดแน่เลย"

ผมยิ้มในใจเมื่อนึกถึงการฉลองย้ายเข้าที่พักใหม่เมื่อคืน ที่ราวกับเป็นมหกรรมการร่วมรักในห้องนอนของผม น้องทั้งแปดคนปล่อยใจไปกับอารมณ์รัก ที่ระเบิดอย่างต่อเนื่องทั้งคืน ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงยังคงหลับเป็นตายเพราะแม้กระทั้งผมเองก็ยัง แทบจะรับเกมส์รักที่ยาวนานและมากครั้งกับน้องทั้งหมดไม่ไหว

น้องซูกุมิผละจากร่างผมไปจับราวระเบียง เพื่อชมทิวทัศน์ของแม่น้ำเบื้องหน้า แล้วส่งเสียงอุทานออกมา
"สวยจังเลยน้าเอก…"

ร่างน้องซูกุมิที่อยู่ในชุดนอนแบบปิจาม่า ดูสดใสท่ามกลางแสงแดดยามเช้า สองเท้าผมขยับเข้าประชิดน้องซูกุมิทางด้านหลังแล้วกอดร่างน้อยไว้แนบแน่น ผมดึงเอวอ้อนแอ้นของน้องซูกุมิเข้ามากอด สองมือไล้ผ่านปกเสื้อนอนปิจาม่าสีขาว ซึ่งผมจำได้ดีว่ามันเป็นเสื้อนอนตัวเดียวกันกับที่น้องซูกุมิใส่ในคืนแรก ที่ น้องซูกุมิร่วมรัก และ มอบร่างกายให้ผม มือข้างหนึ่งสอดผ่านปกเสื้อนอนไปกุมเต้านมคู่งามเต่งตึงไว้ ลูบไล้อย่างแผ่ว เบาจนผมรู้สึกถึงหัวนมที่เริ่มชูชันแข็งตัวจากการสัมผัส น้องซูกุมิเอนตัวพิงหลังของผมปล่อยให้มือผมซุกซนกับความนุ่มนวลของทรวงอกโดย ไม่ขัดขืน แต่ส่งเสียงเชิงบ่นเบาๆ
"น้าเอกนี่ ใจคอจะไม่ให้ซูกุมิพักบ้างเลยหรือ"

ผมเอนร่างลงนอนที่ก้าอี้พักผ่อน โดยประคองร่างบอบบางให้นอนหงายอยู่บนตัวผม แล้วซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น
"ซูกุมิจังน่ารักขนาดนี้ น้าไม่อยากให้ห่างไปไหนหรอก"

น้องซูกุมิครางเบาๆ เมื่อมือผมเริ่มลูบไล้ผ่านหน้าท้องไปยังเนินหีที่เริ่มมีน้ำรักซึมออกมา

"ซูกุมิมีความสุขที่สุดเวลาอยู่กับน้าเอก ชีวิตของซูกุมิตอนนี้เหมือนอยู่ในความฝันเลย มีความสุขจนบางทีซูกุมิก็กลัวว่าความสุขจะสิ้นสุดลง..โอวส์.."

นิ้วผมซุกลงไปรับแรงบีบรัดของหลืบหีน้อยๆ จนน้องซูกุมิครางออกมา ผมพลิกใบหน้างดงามนั้นมาประทับจูบหนักแน่นครั้งหนึ่ง แล้วบอกอย่างจริงจัง
"ตราบใดที่น้ายังอยู่ ความสุขของซูกุมิจังจะต้องคงอยู่ตลอดไป น้าสัญญา"

น้องซูกุมิพลิกตัวมากอดผมไว้ ซบหน้าลงกับอก สะโพกกระทัดรัดขยับขึ้นลงรับการสอดใส่ของนิ้วมือในร่องหีส่งเสียงแผ่วเบา
"ซูกุมิรู้ว่าน้าเอกรักซูกุมิ เพียงแต่ทุกอย่างมันดูดีเกินไปราบรื่นเกินไป จนซูกุมิกลัวว่ามันจะเป็นเพียงความฝันและจะหายไปในที่สุด"

ผมถอนนิ้วออกจากรูหีที่ฉ่ำเยิ้มของน้องซูกุมิ ยกสะโพกน้อยๆ ขึ้นประคองให้แท่งควยที่อยู่เบื้องล่างจรดกับปากทางเข้า แล้วกดลงมาช้าๆ ด้วยความร่วมมือของน้องซูกุมิ ควยยาวเหยียดเคลื่อนเข้าสู่ความอบอุ่นรัดรึงภายในร่างกายน้องซูกุมิจนสุด ผมกอดร่างเมียรักไว้แน่นแล้วเริ่มขยับสะโพก

"ซูกุมิจังไม่ได้ฝัน ทุกอย่างจะต้องคงอยู่ตลอดไป อย่างกังวลนะคนดีของน้า"

น้องซูกุมิกัดฟันรับแรงกระเด้า แต่พยักหน้ารับคำพูดของผม ผมเอื้อมมือขึ้นถอดชุดนอนออกจากร่างที่กำลังส่ายไปมาด้วยความเสียว น้องซูกุมิยันร่างขึ้นกับอกผมแล้วขย่มสะโพกขึ้นลง ชุดนอนเลื่อนลงไปกองรวมกันที่เอว ทรวงอกคู่งามแกว่งไกวอยู่เบื้องหน้าล่อตาจนผมต้องกุมมันไว้ทั้งสองมือ นิ้วบดบี้เม็ดสีชมพูที่แข็งตัวจนน้องซูกุมิร้องคราง
"อูย น้าเอก..บี้อีกอย่าหยุด มัน สะ เสียว.."

ผมหยุดการใช้นิ้ว แต่กลับใช้ปากอมเม็ดน้อยน่ารักนั้นไว้แทน ปลายลิ้นผมกดอัดหัวนมพร้อมกับดูดและขบฟันเบาๆ น้องซูกุมิเร่งขย่มสะโพกถี่ยิบ แรงขมิบของหลืบหีอัดแท่งควยผมแน่นราวกับจะบดบี้ให้มันแหลกอยู่ภายใน หัวควยผมเริ่มพองตัวจากน้ำรักมารวมกัน ผมจับสะโพกน้องซูกุมิยกขึ้นเพิ่มแรงกระเด้าให้หนักขึ้น ร่างงามบิดส่ายไปมา
"อะ..อะ อ๊าวส์….."

น้องซูกุมิร้องยาว รูหีตอดหัวควยผมตุบๆ ถี่เร็ว จนผมต้องระเบิดน้ำรักรอบที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้ขึ้นไปสู่ร่างที่กำลังทิ้งตัว ลงซุกหน้ากับแผ่นอกผมอย่างหมดแรง น้องซูกุมิถอนใจยาวเหยียด
"โอย ..น้าเอก..ซูกุมิถึงจนนับไม่ไหวแล้วนะ"

ผมจูบเรือนผมหอมกรุ่นของน้องซูกุมิ ลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียนให้ผ่อนคลาย
"ไม่ต้องนับหรอกคนดีของน้า หลับซะนะ น้าจะกอดซูกุมิจังไว้อย่างนี้"

น้องซูกุมิพยักหน้าน้อยๆ สองแขนกระชับรองเอวผม เพียงครู่เดียวเสียงลมหายใจของเด็กสาวก็ผ่อนยาวเป็นจังหวะ น้องซูกุมิหลับไปแล้วทั้งที่ควยผมยังฝังอยู่ในร่างกาย คงเป็นเพราะความอ่อนเพลียจากการอดนอนและการร่วมรักปิดท้ายยามเช้าที่ทำเอา น้องซูกุมิไม่สามารถฝืนร่างกายได้อีกต่อไป ผมกระชับร่าง อบอุ่นให้แน่นขึ้น แต่ใจคิดไปถึงคำพูดของน้องซูกุมิ

จริงทีเดียวที่ชีวิตของผมตอนนี้ดูราวกับเป็นความฝัน ที่สวรรค์บรรดาลขึ้นทด แทนให้ผม จากชีวิตที่ไม่มีผู้เคียงข้างมากว่า 35 ปี ตอนนี้ผมกลับมีเมีย 8 คนที่รักผมและพร้อมที่จะสนองความต้องการของผมได้ตามที่ผมต้องการโดยไม่บ่ายเบี่ยง และที่น่าประหลาดใจกว่านั้นก็คือการขอรับตัวน้องๆ ทุกคนมาอยู่ในความดูแล ซึ่งนอกจากน้องซูกุมิ น้องโทโมเอะ และน้องมิซูกิ ที่อยู่ในการดูแลของผมโดยตรงแล้ว พ่อแม่ของน้องริโฮ น้องทากาโอะ น้องเทนกะ น้องรินะ รวมทั้งคุณสุพจน์ พ่อของน้องพิงค์ ต่างมอบลูกสาวแสนรักมาให้เป็นเมียผมอย่างเต็มใจ ราวกับว่าการที่ผมให้ทุกคนลาออกจากโรงเรียน เพื่อมาเรียนกับครูพิเศษที่ผมจ้างให้มาสอนที่บ้านพักใหม่ และเป็นสามีของเด็กหญิงอายุเพียง 8-13 เป็นสิ่งที่ปกติธรรมดา จริงอยู่ที่ผมใช้อำนาจจิตช่วยในการโน้มน้าว ทัศนคติพ่อแม่ของน้อง ริโฮ น้องทากาโอะ น้องเทนกะ และน้องรินะ ให้มอบลูกสาวมาอยู่ในความดูแลของผมก่อนหน้านี้ แต่การขอให้มาอยู่ในฐานะภรรยาผมแทบจะไม่ได้ใช้อำนาจจิตช่วยเหลือเลย ดูราวกับว่าทุกคนทราบเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างผมกับกลุ่มเด็กหญิงนี้อยู่ แล้วและเต็มใจจะให้ผมเป็นสามีของลูกสาวทุกคน

น้องพิงค์เป็นกรณีที่ผมประหลาดใจที่สุด เพราะคุณสุพจน์พาน้องพิงค์กับน้องอิงค์ มาหาผมด้วยตัวเอง และบอกว่าจะแต่งงานใหม่กับสาวญี่ปุ่นที่ ไม่ใช่น้องรีน่า หลังจากนั้นจะย้ายไปอยู่ที่ญี่ปุ่นโดยขายกิจการรีสอร์ทให้ผมในราคาที่น่าตกใจ และ ขอให้ผมดูแลเด็กหญิงทั้งสองแทนน้าสาว ทำให้เด็กหญิงทั้งแปดคนได้มาอยู่กับผมในบ้านใหม่แห่งนี้ และใช้ชีวิตร่วมกัน กับผมนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ความจริงผมยังมีเด็กหญิงในความดูแลอีกสองคน คือน้องมายุน้องสาวน้องริโฮ และน้องอิงค์น้องสาวน้องพิงค์ ซึ่งมาพักรวมกับพี่สาว และทั้งสองคนก็รับรู้ดีว่าว่าอยู่ที่นี่ในสถานะอะไร เพียงแต่ว่าผมยังไม่ได้ร่วมรักกับน้องมายุและน้องอิงค์เท่านั้น

สถานะทางการเงินของผม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดูราวกับว่า ทุกสิ่งที่ผมจับต้อง จะงอกเงยทวีผลกำไรมหาศาลในทันที ไม่ว่าจะเป็นหลักทรัพย์ในตลาดหุ้น หรือการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผมไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และ ทุ่มเทชีวิตอยู่กับความสุขจากเรือน ร่างอ่อนเยาว์ของเมียทั้ง 8 คนได้อย่างเต็มที่

บางขณะผมก็เกิดความรู้สึกเช่นเดียวกับน้องซูกุมิ สภาพชีวิตเช่นนี้ ดีเกินกว่าจะเป็นจริงได้แต่มันก็ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน บ่อยครั้งที่ผมต้องลุกขึ้นมาหยิกแขนตัวเองอย่างแรง เพื่อย้ำให้รู้สึกว่าผม กำลังตื่นอยู่และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง และบ่อยครั้งเช่นกัน ที่ผมก็กังวลเช่นเดียวกับน้องซูกุมิว่าสภาพเช่นนี้จะ ดำรงไปได้ตลอดไปหรือเพียงชั่วครู่เท่านั้น
"โอ้โฮ..น้าเอกเย็ดซูกุมิจังหลับคาอกเลยหรือเนี่ย"

เสียงใสแจ๋วของน้องเทนกะดังขึ้นข้างๆ ปลุกผมจากภวังค์การครุ่นคิด ร่างน้องเทนกะเดินออกมาจากห้องนอนใหญ่หยุดอยู่ข้างๆ แล้วก้มตัวลงจูบแก้มผมเบาๆ สาวน้อยคลุมร่างตัวเองในชุดนอนแบบเดียวกันกับน้องซูกุมิ การก้มลงทำให้หน้าอกที่อวบสมบูรณ์ของน้องเทนกะ หลุดออกมาจากปกเสื้ออวดความ งามเปล่งปลั่งต่อหน้าผมท่ามกลางแสงแดดยามเช้า ผมเอื้อมมือไปลูบไล้มันเบาๆ น้องเทนกะหน้าแดงแต่ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แอ่นอกให้มือผมนวดเฟ้นตามใจชอบ
"เทนกะจังจะต่อกับน้าอีกรอบหรือเปล่า"
ผมถามแบบล้อๆ น้องเทนกะหน้าแดง ก้มลงจูบปากผมทีหนึ่งแล้วสั่นหน้า

"เอาไว้ก่อนนะน้าเอก เทนกะจะมาบอกน้าเอกว่าทางครัวโทรมาว่าอาหารเช้าเสร็จแล้ว อยู่ที่ห้องอาหารไปกินกันได้เลย เดี๋ยวน้าเอกไปกินข้าวเช้าก่อนนะ เสร็จแล้วน้าเอกอยากเย็ดเทนกะเมื่อไหร่ก็บอก เทนกะพร้อมเสมอ"
ผมลูบไล้สะโพกอวบตึงของน้องเทนกะ วกมือเข้าสู่เนินหีที่เป็นที่ตั้งของร่อง หลืบแนวคลื่นภายใน ที่ทำเอาผมแทบทะลัก อย่างควบคุมไม่ได้ทุกครั้งที่ได้สอดใส่ ผมบีบมันเบาๆ จนน้องเทนกะสูดปาก แต่ดึงมือผมออกจากเนินหี
"เทนกะจังสัญญาแล้วแล้วนะ เดี๋ยวกินข้าวเช้าเสร็จต้องมาหาน้าเป็นคนแรกด้วย"

น้องเทนกะพยักหน้ารับอายๆ แล้วลุกขึ้นยืนก่อนบอกผมอย่างล้อๆ ก่อนวิ่งกลับเข้าห้อง

"น้าเอกถอนควยออกจากซูกุมิจังก่อนเถอะแล้วรีบไปอาบน้ำซะ ทุกคนตื่นหมดแล้ว น้าเอกรู้ไหมว่าเมื่อกี้ตอนน้าเอกเย็ดซูกุมิจังน่ะ ทุกคนมามุงดูกันหมดเลย"

ผมหัวเราะลั่นจนน้องซูกุมิสะดุ้งลืมตามองรอบข้าง ผมอุ้มร่างน้อยขึ้นเดินเข้าไปในห้องพัก เพื่อสมทบกับเมียทุกคนที่กำลังรอจะลง ไปกินอาการเช้าพร้อมกัน
บทแทรกที่ 3

มันเป็นร่างของชายหนุ่มวัยประมาณ 30-35 ร่างเปลือยเปล่าถูกแช่อยู่ในของเหลวสีทับทิมที่สงบนิ่งมีฟองผุดขึ้นมาจาก ด้านล่างของหลอดแก้วเป็นระยะ ทุกส่วนของร่างกายจมอยู่ในของเหลว ศรีษะของชายหนุ่มมีสายคาดโลหะคาดทับอยู่และเชื่อมโยงสายไปที่ขั้วของหลอด แก้ว อาการขยับขึ้นลงของหน้าอกบอกให้รู้ว่าร่างนั้นยังคงมีชีวิตอยู่

ดร.นาโอมิขยับเข้าใกล้หลอดแก้ว เพื่อพิจารณาใบหน้าชายหนุ่มอย่างใกล้ชิด ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ริมฝีปากอ้าออกราวกับจะอุทานคำใดออกมา กริยาของหญิงสาวทำให้ พ.อ.สมิธ ที่ยืนอยู่ด้านข้างจับจ้องด้วยความสงสัย

"มีอะไรหรือครับ ดร.นาโอมิ" เสียงของผู้บังคับบัญชาสถานที่ดังขึ้น ปลุก ดร.นาโอมิให้รู้ตัวทันที หญิงสาวรีบสั่นหน้าปฏิเสธ

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ดิฉันตกใจที่เห็นคนๆนี้ยังหายใจอยู่เท่านั้น" พ.อ.สมิธหัวเราะเบาๆ

"ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ ในหลอดแก้วพวกนี้มีคนอยู่ทุกหลอด และทุกคนยังมีชีวิตสมองยังทำงานปกติเพียงแต่ไม่รับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ข้างเท่านั้น"
หญิงสาวตัวแข็งอุทานออกมา
"แพนโดร่าซินโดรม"

พ.อ.สมิธพยักหน้ารับ และชี้ไปที่หลอดแก้วของชายหนุ่มเบื้องหน้า

"และนี่คือคนแรกที่เกิดอาการนี้โดยอยู่รอดมาเป็นเวลาปีครึ่งแล้วครับ"

"ปีครึ่ง ไม่เคยมีใครอยู่ได้เกินอาทิตย์นี่ค่ะ"

ดร.นาโอมิ อุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ

"แต่คนนี้ และทุกคนในหลอดแก้วเหล่านี้อยู่มาเป็นเวลานานแล้วครับ โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงสารละลายสีแดงที่บรรจุไว้ในหลอดเป็นสารอาหารพร้อมออกซิเจนที่ถูกดูด ซึมผ่านเข้าสู่ร่างกายโดยตรง นอกจากนี้ทุกคนดูจะมีสุขภาพสมบูรณ์ เพียงแต่ไม่ตอบสนองสิ่งเร้ารอบตัวทุกกรณี เท่านั้น นับถึงตอนนี้มีหลอดทั้งหมด 487 หลอดและน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกไม่ถึงสองเดือน The Cave จะไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไปแล้ว"

พ.อ.สมิธ อธิบายยาวเหยียดในขณะที่ ดร.นาโอมิก้าวตรงไปพิจารณาจอภาพด้านหน้า เส้นสีเขียวพุ่งขึ้นลงเป็นจังหวะ ซึ่ง ดร.นาโอมิทราบดีว่ามันเป็นเครื่องวัดกิจกรรมการทำงานของสมอง จากสายตาของหญิงสาวที่ค้นคว้าเรื่องการทำงานของจิตมาตลอดทราบดีว่าเป็นสัญญา นบอกถึงการทำงานของสมองที่ราวกับว่าเจ้าของที่นอนอยู่ในหลอดแก้วนั้นกำลัง ตื่นและใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ

ดร.นาโอมิหยิบแฟ้มโลหะสีเงินที่ตั้งอยู่ตรงหน้าขึ้นมาแล้วจ้องดูตัวอักษรที่ ปรากฏหน้าปกด้วยแววตาสับสน มันเขียนว่า เอกราช ทาคายาม่า A1 อาการเริ่มต้น 1 ม.ค.2005
หลังอาหารเช้าที่ห้องอาหารราม เมียน้อยๆ ของผมทั้งแปดคนขอตัวกลับไปนอนพักที่ห้อง ของตัวเองก่อน เนื่งจากเมื่อคืนที่ผ่านมาทุกคน ร่วมรักกันแบบไม่ได้พักผ่อนเพื่อฉลองบ้านแห่งใหม่ แต่ก็นัดกันว่าเวลาบ่ายจะลงมาว่ายน้ำด้วยกันที่สระน้ำ ระหว่างเดินกลับห้องพัก ผมได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดว่าห้องครัวทำอาหารไม่ อร่อยเลย ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยและตั้งใจที่จะหาคนครัวที่มีฝีมือมาให้บริการโดยเร็วที่สุด ใจหนึ่งผมคิดถึงน้องยูโกะที่มีฝีมือทำอาหารเป็นเยี่ยม แต่ตอนหญิงสาวคงจะใช้ชีวิตครอบครัวกับชายผู้โชคดีที่ญี่ปุ่นแล้ว ผมจึงได้แต่เสียดาย และทำได้เพียงรำลึกถึงรสรัก ที่แสนประทับใจกับน้องยูโกะ ที่มอบความบริสุทธิ์ให้ผมไว้ในความทรงจำเท่านั้น

ผมกลับเข้ามาที่ห้องพักคนเดียว ตั้งใจที่จะพักผ่อนในช่วงเช้าสักครู่ เพื่อฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไปกับเมีย ทั้งแปดเมื่อคืนที่ผ่านมา เมื่อผมกลับเข้ามาในห้องที่แม่บ้านทำความสะอาดคราบไคล จากการร่วมรักที่ กระจายไปทั่วห้องเรียบร้อยแล้ว ผมก็พุ่งตัวขึ้นเตียงหลับเป็นตายแทบจะทันที

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา เมื่อมีเสียงกริ่งกดเรียกที่หน้าห้องพัก นาฬิกาแขวนที่ผนังตรงข้ามบอกเวลา 10.30 แสดงว่าผมหลับไปได้เพียงสองชั่วโมง แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว ผมลุกขึ้นอย่างกระเฉง คิดว่าผู้ที่มาเรียกน่าจะเป็นน้องเทนกะที่สัญญากับผม ไว้ในตอนเช้าว่าจะมาใช้ร่องหลืบแนวคลื่น ดูดกลืนน้ำรักของผมหลังอาหาร แต่เมื่อผมเปิดประตูก็ต้องแปลกใจเล็กน้อย เมื่อพบว่ามีร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงสองคนยืนเคียงกันอยู่ที่หน้าห้อง น้องมายุกับน้องอิงค์
"ว่าไงพวกเรา มีธุระอะไรกับน้าหรือ"
ผมทักทายสองเด็กหญิง น้องมายุสั่นหน้า

"มายุกับน้องอิงค์อยากคุยกับน้าเอกน่ะ เข้าไปได้ไหมน้าเอก"

ผมพยักหน้า สองเด็กหญิงซึ่งเป็นเพียงสองคนในบ้านใหม่แห่งนี้ ที่ผมยังไม่ได้เย็ดเดินเข้ามา ผมมองตามร่างทั้งสองที่กำลังไปที่โซฟา แล้วต้องกลืนน้ำลายเพราะแม้จะเป็นเวลา สายมากแล้ว แต่น้องมายุและน้องอิงค์ยังคงสวมชุดนอนสั้นผ้าชีฟองบางๆ อวดเรียวขาที่เรียวตรงสมบูรณ์อย่างเต็มที่ร่างที่เดินสวนกับแสงแดดที่ส่อง เข้ามาทำให้แสงส่องทะลุเนื้อผ้าจนดูราวกับไม่ได้สวมอะไรเลย ทำให้ผมรู้ว่าไม่มีชุดชั้นในใดๆ ทั้งสิ้นอยู่ภายใต้เนื้อผ้าชุดนอนของเด็กหญิงตัวน้อยๆ ทั้งสอง

ผมเดินตามมานั่งที่โซฟายาว ซึ่งน้องทั้งสองนั่งอยู่คู่กัน น้องมายุรีบกระเถิบตัวแยกจากน้องอิงค์ เป็นสัญญานให้ผมนั่งตรงกลางระหว่างทั้งสอง ผมทรุดตัวลงนั่ง แล้วดึงน้องทั้งสองมากอดไว้ทางด้านข้างหลวมๆ น้องมายุเอนตัวมาแนบร่างกับผมโดยไม่ขัดขืน ในขณะที่น้องอิงค์เกร็งตัวครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยร่างให้เข้ามาชิดผมเช่นเดียวกับน้องมายุ
"ว่าไง..มีอะไรจะคุยกับน้า หรือ" ผมถามด้วยเสียงร่าเริง

น้องอิงค์ที่เงียบมานาน พูดเสียงเบาอย่างอายๆ "อิงค์กับพี่มายุจะมาขอบคุณน้าเอกน่ะ"

ผมหันไปมองร่างน้อยที่ผมกอดไว้ด้านซ้าย น้องอิงค์ดูจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะมีวัยเพียง 8 ขวบ แต่รูปหน้าที่เคยแป้นกลมแบบเด็กๆ เริ่มสอบตัวลง เค้าหน้าที่ดูจะงดงามไม่แพ้น้องพิงค์เริ่มปรากฏขึ้นลางๆ ตาผมเหลือบต่ำลงไปที่ช่องว่างของชุดนอน หน้าอกแบนราบของน้องอิงค์ยังไม่มีพัฒนาการใดๆ ให้เห็นแต่หัวนมเล็กๆ สีชมพูก็เผยตัวเองให้ผมเห็นอย่างเต็มที่ ลำขาที่พ้นจากชายเสื้อนอนสั้นร่นขึ้นสูงจากท่านั่งทำให้แก้มก้นกลมสวยเปิด เผยออกมาทั้งหมด มีเพียงระบายเสื้อที่ปกปิดเนินหีเอาไว้จากสายตาของผม น้องพิงค์สานสายตาผมแว่บหนึ่งแล้วรีบหลบตาใบหน้ามีสีแดงระเรื่องที่แก้ม ผมกอดร่างน้อยให้กระชับขึ้น
"ขอบคุณน้าเรื่องอะไรล่ะ"

เสียงน้องมายุทางด้านขวาตอบแทนน้องอิงค์
"ขอบคุณที่น้าเอกให้มายุกับน้องอิงค์มาอยู่กับพวกพี่ๆ ด้วย"

ผมหันไปทางเด็กหญิงด้านขวา น้องมายุจ้องตาผมโดยไม่หลบสายตา ผมพิจารณาใบหน้า ที่ดูจะสวยแบบโฉบเฉี่ยวต่างกับน้องริโฮ พี่สาวด้วยความเอ็นดู น้องมายุเป็นเด็กหญิงที่ค่อนข้างกล้าพูดคุย ต่างกับน้องอิงค์ที่ขี้อาย แม้อายุจะห่างกับน้องอิงค์เพียงปีเดียว แต่น้องมายุก็ดูจะมีการพัฒนาการของ ร่างกายที่รวดเร็วกว่าน้องอิงค์อย่างเห็นได้ชัด มโนภาพของผม ปรากฏร่างเปลือยของน้องมายุที่ผมเห็นในคืนวันที่ร่วมรักกับน้อง ริโฮที่ห้องในแมนชั่นเก่า ที่ความเปล่งปลั่งสมบูรณ์เกินวัยของร่างเปลือยน้องมายุ ทำเอาผมต้องเพิ่ม แรงกระแทกเนินหีของน้องริโฮอย่างไม่รู้ตัว ผมสูดลมหายใจลึกๆ พยายามปัดภาพเปลือยนั้นออกจากสมองแล้วยิ้มให้น้องมายุ
"มายุจังชอบที่นี่ไหม ล่ะ"

น้องมายุยิ้มรับพร้อมผงกหัว
"ชอบมากเลยน้าเอก บ้านสวย ห้องของมายุกับอิงค์ก็สวย มีเครื่องเล่นทุกอย่างพร้อมหมดเลย"

ผมดึงร่างน้องมายุมากระชับร่าง

"น้าดีใจที่มายุจังกับน้องอิงค์ชอบนะ น้าอยากให้ทั้งสองคนทำตัวตามสบาย ตั้งแต่นี้ไปที่นี่เป็นบ้านที่น้าจะดูแลทั้งสองคนตลอดไปไม่ต้องกังวลอะไร ทั้งนั้น ขอให้ตั้งใจเรียนกับครูที่น้าจ้างมาสอนให้อย่างเต็มที่ อีกหน่อยจะได้ทำงานกับน้าและพี่ๆ ทุกคน เข้าใจนะ"

น้องมายุกับน้องอิงค์ผงกหัวรับพร้อมกัน เสียงน้องอิงค์หายใจลึกยาว แล้วถามผมเบาๆ

"เมื่อไหร่น้าเอกจะรับอิงค์กับพี่มายุเป็นเมียเหมือนพวกที่พี่ๆ ทุกคนล่ะ"

ผมพยายามสะกดความพลุ่งพล่าน ร่างเด็กหญิงอายุ 8 และ 9 ปีที่ผมกอดอยู่เป็นร่างของเด็กหญิงที่กำลังรอการเจริญเติบโตให้พร้อมรับการร่วมรัก คำถามของน้องอิงค์บอกให้รู้ว่า น้องทั้งสองต้องการที่จะมาร่วมครอบครัวนี้โดย สมบูรณ์เช่นเดียวกับพี่ๆ ทั้งแปด ที่ผ่านมาผมพยายามระงับความต้องการเอาไว้เพราะยังไม่ต้องการทำลายดอกไม้แรก ตูมทั้งสองดอกนี้ทั้งที่ยังไม่พร้อม แต่ในขณะเดียวกันผมก็เข้าใจความรู้สึกของน้องทั้งสองที่ต้องเห็นการแสดงความ รักของผมกับเมียทั้งแปดตลอดเวลา ความต้องการทางเพศของเด็กหญิงทั้งคู่จึงถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร ผมสูดลมหายใจอีกครั้งแล้วพูดเบาๆ

"น้ารักทั้งสองคนและอยากเย็ดทั้งคู่ แต่ตอนนี้มายุจังกับน้องอิงค์ยังเด็กเกินไป ถ้าน้าเย็ดมันจะเจ็บมาก น้าอยากให้หีของทั้งสองคนพร้อมก่อน เข้าใจน้านะ"

น้องมายุสั่นหน้า
"มายุไม่เด็กแล้วนะน้าเอก พี่พิงค์อายุมากกว่ามายุไม่ถึงปีน้าเอกยังเย็ดได้ ทำไมน้าเอกจะเย็ดมายุไม่ได้"

เสียงน้องอิงค์เสริมขึ้น
"หีพี่พิงค์ก็ไม่ได้ใหญ่กว่าอิงค์มาก ไม่เชื่อน้าเอกดูนะ"

น้องอิงค์ขยับร่างออกจากอ้อมกอดผมลุกขึ้นยืน สองมือดึงชุดนอนขึ้นไปทางศีรษะ แล้วถอดมันออกทิ้งลงกับพื้น ร่างเปลือยของน้องอิงค์ซึ่งผมยังไม่เคยเห็นชัดๆ นอกจากในชุดว่ายน้ำแบบเด็กๆ ปรากฏอยู่กลางแสงสว่างชัดเจนทุกขุมขน น้องอิงค์มีรูปร่างค่อนข้างไปทางอวบ ผิวกายทุกส่วนจึงดูนุ่มนวลไม่เก้งก้าง แบบเด็กหญิงวัยเดียวกัน หน้าอกแบนราบประดับด้วยเม็ดยอดสีชมพูเข้มที่ยังไม่ เติบโตเป็นเม็ดกลม แต่ก็เริ่มดุนดันตัวเองเป็นรูปร่างของหัวนมเด็กสาวอย่างชัดเจน หน้าท้องนูนออกเล็กน้อยต่ำลงไปเป็นเนินหีที่ทำให้ผมแปลกใจ เพราะมันค่อนข้างมีขนาดใหญ่แทบจะเท่ากับน้องพิงค์ เพียงแต่ความโหนกนูนเท่านั้นที่ยังคงเป็นเพียงเนินน้อยๆ รอยผ่าระหว่างสองแคมแนบสนิท กลีบแคมเปล่งปลั่งเป็นสีชมพูสดใส แม้จะเป็นหีของเด็กหญิงวัย 8 ขวบที่ยังไม่พร้อมสำหรับการเย็ด แต่ผมก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นหีที่น่าลิ้มลองลงลิ้นเป็นที่สุด

น้องมายุดูจะแปลกใจเล็กน้อยที่น้องอิงค์ ซึ่งปกติจะขี้อายกลับเป็นคนแรกที่ เปิดเผยร่างเปลือยให้ผมเห็น น้องมายุรีบลุกขึ้นแล้วถอดชุดนอนอย่างรวดเร็ว ก่อนไปยืนเคียงข้างน้องอิงค์ ภาพร่างเปลือยของน้องมายุเทียบไม่ได้เลยกับภาพเปลือยที่ผมเคยเห็นในห้องน้อง ริโฮ มันงดงามกว่ามาก เมื่ออยู่ท่ามกลางแสงสว่าง ทรวงอกน้อยๆ ที่เบ่งบานออกมาเท่าผลล้มเล็กๆ เป็นก้อนกลมที่ไม่ต้องสัมผัสก็รู้ถึงความเต่งตึงที่แข็งเป็นไต ปลายยอดสีน้ำตาลอ่อนงอนเช้งขึ้นตามรูปร่างของนมที่ชี้ขึ้นด้านบนเล็กน้อย เนินหีงดงาม เบียดตัวกันเหนือโหนกหน้าท้องผอมบาง ลำขายาวเรียวเป็นเส้นตรงที่แม้จะไม่เรียบเนียนนุ่มนวลเหมือนน้องอิงค์ แต่กล้ามเนื้อที่ปรากฏแสดงให้รู้ถึงความแข็งแรงที่เกิดจากการออกกำลังกายจน เกิดเป็นแนวเส้นของกล้ามเนื้อบนลำขาอ่อนสีแทน ที่ทำให้ผู้ได้เห็นอดคิดไปถึงรสชาติ ยามที่ขาคู่นี้กระหวัดรัดเอวเมื่อถึงจุด สุดยอดของการร่วมรักไม่ได้

ภาพเปลือยของสองเด็กหญิงเบื้องหน้า กระตุ้นความต้องการผมจนแทบคุมไม่ได้ ผมสูดลมหายใจหนักๆ ลุกขึ้นยืนแล้วตัดสินใจบอกน้องทั้งสอง
"ดูควยของน้าก่อนนะ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะให้น้าเย็ดเดี๋ยวนี้หรือจะรอจนกว่าจะพร้อมกว่านี้"

ผมกระตุกเชือกผูกกางเกงชุดนอนออก กางเกงตกลงไปกรอมเท้าด้วยน้ำหนักของเนื้อผ้า ควยยาวเหยียดแข็งปั๋งขนาด 7 นิ้ว ปรากฏต่อสายตาสองเด็กหญิงที่กำลังจับตามองอย่างตกตะลึง น้องอิงค์อ้าปากกว้างในขณะที่น้องมายุอุทานออกมา
"มัน ยะ ยะ ใหญ่จังเลย"

ผมก้าวเข้าไปดึงน้องทั้งสองมากอดแล้วนำไปนั่งที่เตียงใหญ่ น้องมายุและน้องอิงค์ปล่อยให้ผมดึงร่างเดินตามมาราวกับถูกสะกดจิต สายตายังคงจับจ้องที่แท่งควยเบื้องล่างไม่กระพริบ ผมบอกน้องทั้งสองเมื่อนั่งลงพร้อมกันบนเตียง
"มายุจัง น้องอิงค์ ลองจับควยน้าดูนะ ถ้าคิดว่ารับมันเข้าในหีได้ น้าก็จะเย็ดทั้งคู่เดี๋ยวนี้เลย"

มือเรียวเล็กบอบบางของน้องมายุจับส่วนหัวควยผมอย่างกลัวๆกล้าๆ แล้วลูบไล้ไปมา ส่วนน้องอิงค์กำโคนของมันบีบแน่นราวกับจะทดสอบความแข็งแกร่ง เสียงน้องมายุดังพึมพัมขึ้น

"มันใหญ่จังเลย ถ้าเข้าไปหีมายุแหกแน่"

"หีอิงค์ก็รับไม่ไหว พี่พิงค์บอกว่าหีอิงค์รับควยน้าเอกได้แล้ว แต่ถ้าควยขนาดนี้เข้าไม่ได้แน่แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่อิงค์จะได้เป็นเมียน้าเอกสักที"
"พี่ริโฮก็บอกมายุว่ามายุเย็ดน้าเอกได้แล้ว ไม่นึกเลยว่าควยน้าเอกจะใหญ่ขนาดนี้"

เสียงสองเด็กหญิงแสดงความผิดหวังออกมาอย่างชัดแจ้ง ผมแอบยิ้มในใจ เมื่อรู้ว่าพี่สาวที่แสนน่ารักของน้องทั้งสองเป็นคนส่งน้องสาว ให้มาเป็นเมียผมอย่างเต็มรูปแบบ ผมคว้าเอวคอดกิ่วของมายุให้พลิกร่างลงกับที่นอนแล้วซุกหน้าลงกับหน้าท้องแบน ราบ

"ถ้ายังไม่ไหว เดี๋ยวน้าจะสอนให้มายุจังรู้จักสวรรค์เหมือนริโฮจังนะ"
"อุ๊ย..น้าเอกทำอะไรมายุ..ว๊าย…"

ผมประกบปากเข้ากับเนินหีน้องมายุ แล้วไล้ลิ้นเกลี่ยตามร่องแคมเปลือยของน้องมายุ ลิ้นผมรับรู้ด้วยความประหลาดใจถึงความแข็งของกลีบเนื้อน้องมายุ ที่แม้จะดุน ดันลิ้นลงไปก็แทบไม่สามารถแทรกผ่านร่องหลืบเข้าไปได้มันเต่งตึงและสะท้อน แรงกลับเมื่อผมขบฟันลงกับสองแคมเบาๆ ผมนึกถึงที่น้องริโฮเคยเล่าถึงน้องมายุว่าเป็นเด็กหญิงที่ชอบออกกำลังกาย และ พยายามรักษารูปร่างให้ผอมเพรียว ตามสมัยนิยม กล้ามเนื้อแคมหีของน้องมายุบอกให้ผมรู้ว่า นอกจากการออกกำลังกายแล้วน้องมายุ น่าจะขมิบหีเป็นประจำจนทำให้แคมทั้งสองมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ผมเริ่มลังเลที่จะรอการเย็ดน้องมายุออกไปเพราะสัมผัสของเนินหีที่ปากผมแสดง ให้เห็นว่าบางทีหีน้อยๆ อันนี้อาจจะรับควยขนาดเล็กสุดของผมได้แล้วโดยที่ไม่ฉีกขาด ผมกระตุ้นลิ้นต่อเนื่องจนร่างบอบบางบิดไปมา เสียงร้องครวญครางดังไม่ขาดสาย
"โอย น้าเอก..ทำไมมันเสียวอย่างนี้"

สะโพกน้อยๆ แกว่งส่ายตามการลงลิ้น ติ่งเสียวน้องมายุแข็งตัวขึ้น จนสิ้นผมสัมผัสได้ และเมื่อละเลงลิ้นหนักๆลงไปที่ติ่ง สะโพกน้องมายุก็ยิ่งยกขึ้นสูง รับความเสียวที่เพิ่มขึ้น ผมเปลี่ยนท่าเป็นคุกเข่าทั้งที่ยังกวาดลิ้นชิมน้ำรักแรกหลั่งของเด็กหญิง เพื่อใช้มือกุมเคล้นสองเต้าที่แข็งปั๋งไปมา ลิ้นผมค่อยๆ ผ่านสองแคมเข้าไปสัมผัสความอบอุ่นภายในร่องหลืบน้อยสัมผัสรสของน้ำทิพย์อย่างชื่นใจ

ร่างกายส่วนล่างผม รับรู้ความเคลื่อนไหวของน้องอิงค์ สองมือน้อยๆ กุมแท่งควยผมแน่นบีบแล้วปล่อยราวกับจะรีดนมวัว ผมนึกขำในใจแล้วกระเด้ามือเรียวเล็กนั้นสามสี่ครั้ง น้องอิงค์ดูจะเป็นเด็กหญิงที่หัวไวง่ายต่อการสั่งสอน เพราะการกุมแล้วบีบเปลี่ยนเป็นการชักขึ้นลง ตามการกระเด้าของผมทันที แม้จะไม่ชำนาญเหมือนเมียคนอื่นๆ ของผม แต่การสัมผัสของเด็กหญิงก็ทำให้ความเสียวของผม ก่อตัวขึ้นมาเรื่อยๆ

เม็ดยอดสีชมพูแข็งปั๋งของหน้าอกน้องมายุ ดิ้นไปมาบนฝ่ามือที่เคล้าคลึงเนื้อ ก้อนงามอย่างหนัก น้ำรักน้องมายุทะลักเข้าปากผมราวกับไม่มีวันหยุด ร่างน้อยสั่นระริก
"น้าเอก…ว๊ายยยยย….ละ ไหลแล้ววว"

ลิ้นผมที่ฉกเข้าไปฝังตัวในร่องหลืบน้องมายุ ถูกแคมทั้งสองข้างกระตุกบีบถี่ยิบ สองแขนน้องมายุจิกไหล่ผมแน่นขาอ่อนเกร็งตัวจนกล้ามเนื้อแข็งแรงปรากฏให้เห็น เป็นลูกคลื่น น้องมายุนิ่งไปราวกับจะหยุดหายใจก่อนทิ้งสองแขนลงกับเตียง ครางออกมา
"โอว..น้าเอก…"

ผมหันไปให้ความสนใจน้องอิงค์ ที่ยังคงกระตุกควยผมอย่างต่อเนื่อง ก่อนคว้าเอวนำร่างน้อยยกขึ้นแล้วพลิกตัวเองให้นอนหงายเคียงข้างน้องมายุ ผมดึงร่างเปลือยของน้องอิงค์ ให้ขึ้นคร่อมบนร่างผม ดึงสะโพกน้อยๆ เข้ามาหาปากแล้วฉกลิ้นเข้าหา กลีบเนื้อไร้ขนที่งดงามราวกุหลาบแรกแย้มเบื้องหน้า น้ำรักที่ซึมเอ่ออยู่เต็มร่องหลืบน้องอิงค์ บอกให้ผมรู้ว่าเด็กหญิงกำลังมีอามรณ์เต็มที่ จากการที่เห็นผมใช้ลิ้นส่งน้องมายุไปสวรรค์มาแล้วรอบหนึ่ง และพร้อมที่จะรับการลงลิ้นของผม

กลิ่นหอมของเนินหีน้องอิงค์ พลุ่งเข้าปะทะจมูกผมอย่างเต็มที่ มันเป็นกลิ่นที่แปลกกว่าเด็กหญิงทั่วไป ที่ผมเคยได้ร่วมรักซึ่งแม้จะหอมหวาน แต่จะแทรกด้วยกลิ่นคาวอ่อนๆ แต่กลิ่นหีของน้องอิงค์กลับหอมบริสุทธิ์ราวกับเป็นดอกไม้แรกแย้ม แคมบอบบางทั้งสองแยกตัวรับลิ้นผมอย่างเต็มใจ รสของน้ำรักน้องอิงค์ก็เช่นเดียวกับกลิ่น มันหวานน้อยๆ และสดชื่นราวกับผมกำลังดูดดื่มสายน้ำบริสุทธิ์ ที่ผมได้ค้นพบเป็นคนแรก น้องอิงค์กระตุกควยผมไม่ยั้งจนร่างสั่น
"น้าเอก..อิงค์…มันเสียว... อื้อ…"

เสียงน้องอิงค์คราง มือปล่อยจากควยผมแล้วกลายเป็นเสียงจูบอย่างเร่งร้อน ผมชำเลืองมองเห็นน้องมายุพลิกร่างขึ้นมานั่งอยู่บนหนอกควยผม เนินหีน้อยๆ อัดแน่นกับควยที่แข็งเป็นลำ น้องมายุแอ่นสะโพกถูลำควยเข้ากับร่อง หลืบที่ชุ่มโชกแล้วดึงร่างน้องอิงค์มาจูบอย่างรุนแรง ก้นกลมของน้องอิงค์สั่นระริกผิวขาวเนียนเริ่มเป็นสีแดงระเรื่อ น้องมายุถอนปากจากน้องอิงค์ออก แล้วยกสะโพกขึ้นพยายามกดหีน้อยๆลงมาหาปลายควย ยักษ์ที่แข็งปั๋งเบื้องล่าง มันทำได้เพียงแหวกแคมออกจนบิดเบี้ยว แต่ไม่สามารถผ่านเข้าไปในรูหีแคบเล็กได้ ทั้งที่มีน้ำหล่อลื่นไหลมาโชลมจนชุ่ม แต่น้องมายุก็ยังพยายามกดหีน้อยๆลงไปอย่างไม่ย่อท้อ ผมพยายามสะกดกั้นความเสียวที่ปลายควย จากการสัมผัสความนุ่มนวลของปากทางเข้า หลืบหีน้องมายุ แล้วกำหนดใจปิดกั้นกระแสเลือดที่ลำควย ทันทีจนมันลดขนาดลง แรงกดของสะโพกอย่างแรงน้องมายุทำให้มันผลุบเข้าไปในร่องหลืบทันที น้องมายุอุทานออกมา เมื่อแคมหีถูกแหวกจากควยที่ลดขนาดลงโดยไม่ทันตั้งตัว ลำควยแหวกผ่านเยื่อพรหมจรรย์ที่ขาดออกจากกัน จมลงไปจนมิดโคนทันที กล้ามเนื้อรอบปากหีฉีกออกเล็กน้อยจนผมรู้สึกได้ เสียงน้องมายุร้องลั่น
"โอ๊ย…นะ น้าเอก ทำไมมันเล็กลง มันเข้าไปแล้ว.."

สองมือน้องมายุ จิกสะโพกผมแน่น ร่างเกร็งนิ่งอยู่บนสะโพกผม ริมฝีปากกดเม้มเข้าหากัน น้ำตาซึมออกมาจากหางตาเป็นสาย แต่ผมไม่สามารถปลอบได้เนื่องจากร่องหีของน้องอิงค์ กำลังสั่นกระตุกบีบลิ้นผม เป็นจังหวะ เสียงร้องของน้องอิงค์ประสานกับน้องมายุแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน

"อ๊าว…น้าเอก อิงค์..ฉะ ฉะ ฉี่ราดแล้ว…"

ควยผมสัมผัสความอบอุ่น ดูดรัดภายในรูหีน้องมายุ ผมรีบยกสะโพกของน้องอิงค์ออกจากใบหน้า แล้วปล่อยให้ฟุบอยู่ด้านข้าง ก่อนที่จะดึงร่างน้องมายุที่กำลังเกร็งตัวลงมากอดไว้
"มายุจังเจ็บมากไหม"

น้องมายุพยักหน้าส่งเสียงสะอื้น..
"เจ๊บจังเลยน้าเอก เมื่อกี้มายุไม่รู้ตัวว่าควยน้าเอกจะเล็กลง เลยกดลงมาแรงๆ ควยน้าเอกฉีกหีมายุขาดเลย"
ผมลูบไล้แผ่นหลังน้องมายุแล้วปลอบเบาๆ
"ไม่เป็นไรนะมายุจัง เจ็บหนเดียวเท่านั้น มายุจังเป็นเมียน้าอีกคนหนึ่งแล้วนะ.."

น้องมายุซุกหน้ากับอกผม น้ำเสียงสงบลงเล็กน้อยแต่ยังคงสะอื้นเบาๆ

"มันเจ็บจริงๆ น้าเอก แต่มายุก็ดีใจที่เป็นเมียน้าเอกได้แล้ว น้าเอกต้องรักมายุมากๆ นะ"

ผมเชยคางเด็กหญิงขึ้นแล้วประทับจูบแรกให้กับน้องมายุ ร่างน้อยกอดผมแน่น และจูบตอบผมอย่างเต็มใจ ลิ้นเรียวเล็กค่อยๆ เรียนรู้การเคลื่อนไหวจากการหยอกล้อของลิ้นผม แล้วขยับตามไม่นานนักก็เกี่ยว กระหวัดแลกความหอมหวานจากจูบที่เริ่มเร่าร้อนขึ้น สะโพกน้อยๆ ของน้องมายุเริ่มเคลื่อนไหว ผมลองขยับควยที่ยังฝังแน่นอยู่ในรูหีของเด็กหญิงวัย 9 ขวบ และรับรู้ว่าน้ำหล่อลื่นของน้องมายุ เริ่มไหลออกมาอำนวยความสะดวกให้กับแท่ง ควยแล้ว ผมค่อยๆ ยกสะโพกน้องมายุขึ้นแล้วปล่อยลงช้าๆ

"อูย..นะ น้าเอก..มันแสบ.." น้องมายุถอนปากครางออกมาเมื่อรับรู้ว่าควยผมกำลังเคลื่อนไหว

"น้าจะขยับช้าๆ นะ มายุจังกอดน้าไว้แน่นๆ"

น้องมายุกอดผมไว้ ริมฝีปากกัดแน่นเมื่อควยเริ่มเคลื่อนไหวขึ้นลง เสียงสูดปากดังขึ้นราวกับน้องมายุกินพริกเข้าไปทั้งกำมือ
"ซีดส์..อูยส์…โอ้ว…"
สองมือผมออกแรงยกสะโพกของน้องมายุขึ้นลง ท่ามกลางเสียงคราญครางของเด็กหญิง แรงยกที่ผมใช้ค่อยๆ น้อยลงเพราะน้องมายุเริ่มเป็นฝ่ายโยกสะโพกขึ้นลงเองจากช้าๆ เริ่มเร็วขึ้น ความเสียวจากแท่งควยเริ่มก่อตัวขึ้นจนบดบังความเจ็บปวด น้องมายุกัดฟันแน่น ความเร็วในการกระเด้าเพิ่มขึ้นทีละน้อย จนในที่สุดก็กลายเป็นถี่ยิบ
"นะ น้าเอก..สะ เสียว…."

ผมดันร่างน้องมายุให้ขึ้นมานั่ง สองมือกุมเต้าคู่งามบี้คลึงไปมา น้องมายุนั่งอยู่บนสะโพก ผมยกร่างขึ้นลงอย่างไม่สนใจทุกสิ่งรอบข้าง ผมดึงร่างเด็กหญิงให้พลิกลงมานอนหงายแล้วกระเด้าอัดใส่เนินหีน้อยๆ ที่อมแท่งควยไว้แน่นปริถี่ยิบ เลือดจากเยื่อพรหมจรรย์ และ การฉีกขาดของกล้ามเนื้อรอบปากรูหีไหลซึมออกมาโชลม แท่งควย แต่น้องมายุดูราวกับลืมเลือนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น สะโพกน้อยๆ กระเด้งรับการเย็ดอย่างลืมตัว ใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับถูกทรมานอย่างหนัก ส่งเสียงหอบกระเส่า
"โอ้วส์ โอ้วส์ ..อะ อะ อ๊าส์ นะ นะน้าเอก…มัน..มา ละแล้ววว"

สะโพกน้อยๆ ยกขึ้นค้างอัดแน่นกับหนอกควย ผมเองก็สุดกลั้นความเสียวที่ถูกร่องหลืบคับแน่นของน้องมายุตอดรัดได้ น้ำรักกระหน่ำออกไปอย่างแรง เข้าไปในมดลูกที่ยังไม่พร้อมรับการสืบพันธ์ เอ่อล้นทะลักออกมาเป็นสายจนที่นอนเปียกชุ่ม ผมฟุบร่างลงกอดน้องมายุดูดดมหน้าอกน้อยๆ แข็งเป็นไตอย่างชื่นใจ
"มายุจังเป็นไงบ้าง…."

น้องมายุยิ้มอย่างอ่อนระโหย แต่มองหน้าผมด้วยแววตาสุขสม
"มายุมีความสุขที่สุดเลย น้าเอกล่ะตอนนี้ยังคิดว่ามายุเด็กเกินไปหรือเปล่า"

ผมส่ายหน้า…
"มายุไม่เด็กแล้วจริงๆ ด้วย" เสียงใสๆ ดังขึ้นข้างหูผม
"แล้วอิงค์ล่ะน้าเอก"

ผมหันไปพบใบหน้าน่ารักของน้องอิงค์อยู่ข้างๆ แววตาของเด็กหญิงแสดงความคาดหวัง ออกมาอย่างชัดเจน น้องมายุสูดปากถอนควยผมออกจากรูหีแล้วมากอดน้องอิงค์ไว้ ก่อนบอกผม
"น้าเอกเย็ดน้องอิงค์ด้วยนะ.."

ผมนึกถึงกลีบกุหลาบหอมหวานของน้องพิงค์ ที่ผมใช้ลิ้นส่งให้เจ้าของไปถึงจุด สุดยอด มันเป็นหีที่งดงามจนแทบไม่น่าจะถูกทำลายก่อนวัยอันควร แต่แววตาของน้องอิงค์ บอกให้ผมรู้ว่าน้องอิงค์ต้องการรับรู้ความรู้สึกสุดยอด เช่นเดียวกับน้องทุกคนในบ้าน ผมคว้าร่างน้องอิงค์มากอดในท่าตะแคงตัวแล้วประทับจูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากอ่อนบางนั้น
"ถ้าน้องอิงค์ต้องการ น้าก็จะเย็ดน้องอิงค์เลยนะ"

น้องอิงค์พนักหน้าหลับตาปี๋ ริมฝีปากน้อยๆ ยื่นมาจูบปากผมเบาๆ แต่ผมกลับประกบจูบอย่างหนัก ลิ้นแทรกผ่านเข้าไปในช่องปากหอมกรุ่น ของเด็กหญิงที่เบิกตากว้างเมื่อลิ้นถูก สัมผัส แต่ก็ปิดตาลงเพื่อซึมซับความรู้สึกจากสัมผัสของลิ้นอย่างเต็มใจ ผมลูบคลำหัวนมเล็กๆ ที่ยังไม่เติบโตจนมันแข็งตัวเป็นตุ่มอยู่ใต้ฝ่ามือ ก่อนเลื่อนมือลงไปเพื่อกระตุ้นเนินหีน้อยๆ ที่แสนงดงามเบื้องหน้าให้พร้อม สำหรับรับควยแท่งแรกในชีวิต แต่มือผมกลับผมกับผมนุ่มสลวยของน้องมายุ ที่กำลังฝังใบหน้าเข้ากับเนินหีของ น้องอิงค์และใช้ลิ้นทำหน้าที่แทนมือผมอย่างตั้งอกตั้งใจ

น้องอิงค์บิดร่างในอ้อมกอดผมราวกับงูส่ายรับเสียงดนตรี ผมรู้สึกถึงมือของน้องมายุ ที่กุมควยผมกระทอกขึ้นลงเบาๆ จนทำให้มันแข็งตัวขึ้นอีกครั้ง ผมกลั้นกระแสเลือดจนมันหดตัวลงมา พร้อมสำหรับการบุกเบิกรูหีน้อยของเด็กหญิง วัย 8 ขวบที่กำลังรอการเย็ดในอ้อมแขน เสียงน้องอิงค์ครวญครางในลำคอแต่ไม่สามารถส่งเสียงได้เนื่องจากกำลังแลกลิ้น กับผมอย่างเร่าร้อน

มือน้อยๆของน้องมายุ ดึงควยของผมเข้าไปหารูหีน้องอิงค์ ก่อนถอนปากออกจากการดูดดื่มน้ำรักที่ชุ่มโชก น้องมายุขยับปลายควายของผมไปจ่อเข้ากับปากทางเข้า โดยที่ผมก็ส่งสะโพกตามไป อย่างเต็มใจ ปลายควยถูกมือน้องมายุลากขึ้นลงตามร่องหีฉ่ำเยิ้ม ผมยกขาข้างหนึ่งของน้องมายุขึ้นมา ก่ายสะโพกผมไว้เปิดทางให้ควยที่จ่อกับแคม หีค่อยๆ ผ่านเข้าไป โดยมีน้องมายุช่วยกระตุ้นติ่งเสียว และแหวกแคมน้อยทั้งสองออกเพื่อรับการเย็ด

น้ำหล่อลื่น ทำให้หัวควยแทรกตัวผ่านลงไปช้าๆ กล้ามเนื้อที่ไร้เรี่ยวแรงของหีน้องอิงค์ พยายามขยายตัวอย่างเต็มที่แต่หัว บานของควยผมยังคงไม่สามารถผ่านลงไปได้ น้องอิงค์หยุดแลกลิ้นกับผม ถอนจูบแล้วครางออกมาเบาๆ
"อูยน้าเอก..มันปริแล้ว…"

ผมกระชับอ้อมกอด จูบแก้มนวลเนียน
"น้องอิงค์ไหวไหม ถ้าไม่ไหวรอก่อนก็ได้นะ"

น้องอิงค์สั่นหน้า
"อิงค์ไม่รอแล้ว มายุจังก็เป็นเมียน้าเอกแล้วอิงค์ต้องเป็นเมียน้าเอกให้ได้วันนี้ น้าเอกเอามันเข้ามาเถอะ"

ผมจูบน้องอิงค์อีกครั้ง ก่อนส่ายหัวควยวนบนแคมหีที่กำลังอ้าออกอย่างเต็มที่ แต่ก่อนที่ผมจะกดลงไป สะโพกของน้องอิงค์ก็อัดเข้ามาหาควยผมด้วยตัวเอง ควยผมรู้สึกถึงการฉีกขาดของแคมหีอย่างชัดเจน น้องอิงค์เกร็งร่างแน่น เมื่อหัวควยผลุบเข้าไปในแคมจนมิดปลายของมันพร้อมที่ จะบุกเบิกต่อเพื่อผ่านเยื่อขวางกั้นความสาวตรงหน้า ผมกระเด้าสั้นๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนตัดสินใจ กดควยผ่านลงไปจนฉีกม่านพรหมจรรย์ออกจากกัน ร่างน้องอิงค์กระตุกด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลออกมาเป็นสายแต่ยังคงกัดฟันแน่น โดยไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมา ผมรีบอัดควยลงไปจนสุด แล้วแช่นิ่งอยู่ในความรัดรึงที่สุดบรรยายของหลืบหีน้องอิงค์ผมรีบถอนปากออกจากการจูบ แล้วถามน้องอิงค์ด้วยความเป็นห่วง

"น้องอิงค์เจ็บมากไหม…"

น้องอิงค์พยักหน้าแต่ไม่ยอมตอบเป็นคำพูด กัดฟันกับริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยชัดเจน ผมลูบไล้ร่างน้อยไปมาให้น้องอิงค์ถ่ายเทความสนใจมาที่การสัมผัสเพื่อลดความ เจ็บปวดจากเบื้องล่าง
"น้องอิงค์เป็นเมียน้าเอกอีกคนแล้วนะ…" เสียงน้องมายุกระซิบข้างหูน้องอิงค์ ทำให้น้องอิงค์ลืมตาขึ้นและพยายามยิ้มกับน้องมายุ
"มันเจ็บขนาดนี้เลยหรือพี่มายุ"

น้องมายุลูบไล้หน้าอกแบนราบของน้องอิงค์ไปมาก่อนตอบ

"มันเจ็บทีแรกนะน้องอิงค์ แต่เดี๋ยวพอน้าเอกกระเด้ามันจะค่อยๆ หายเจ็บแล้วจะเสียวจนเหมือนขึ้นสวรรค์เลยแหละ"
น้องอิงค์พึมพัมคำ "สวรรค์' เบาๆ แล้วลองขยับสะโพกน้อยๆของตนเอง
"อูย…มันยังเจ็บอยู่เลยนี่พี่มายุ"

น้องมายุหัวเราะเบาๆ ก้มลงจูบปากเด็กหญิงแล้วกระซิบข้างหู

"ทนอีกนิดเดียวเชื่อมายุเถอะ รับรองหลังจากนี้น้องอิงค์จะวิ่งมาหาน้าเอกให้เย็ดทุกวันเลยแหละ"

ผมเอื้อมมือไปเขกหัวน้องมายุเบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความทะเล้นของเด็กหญิง

"'งั้นเดี๋ยวน้าเย็ดน้องอิงค์เสร็จ น้าจะซ้ำน้องมายุอีกทีนะ"

น้องมายุผวาเข้ามากอดผม ยิ้มอายๆ
"ถ้าน้าเอกต้องการ มายุก็พร้อมแต่ตอนนี้น้าเอกช่วยน้องอิงค์ก่อนนะ "

น้องมายุพลิกร่างลงไปตะแคงกอดน้องมายุทางด้านหลัง สองมือกุมเต้าราบเรียบเอาไว้แล้วใช้นิ้วบี้หัวนมไปมา แผ่นหลังน้องอิงค์อัดแน่นอยู่กับร่างน้องมายุ ความเคลื่อนไหวของมือน้องมายุทำให้น้องอิงค์ส่ายร่างไปมา
"พี่มายุ..ยะ อย่าบี้ตรงนั้น มัน สะ เสียว"

ผมลูบไล้สะโพกอวบตึงของน้องอิงค์ บีบเน้นรับรสสัมผัสที่หยุ่นตึงอย่างละลานใจ รูหีน้องอิงค์ซึ่งบีบรัดควยผมแน่นเอี๊ยดแต่คลายตัวเล็กน้อย เปิดทางให้ควยผม เคลื่อนไหวได้บ้าง ผมซึมซับความรู้สึกสุดยอดภายในรูหีของเด็กหญิงอายุน้อยที่สุดที่ผมเคยได้ เย็ดเอาไว้ในใจแล้วเริ่มลากควยออกมาช้าๆ ก่อนกดกลับเข้าไปที่เดิม มือผมแทรกผ่านร่องก้นอวบ เพื่อใช้นิ้วสัมผัสรูทวารของเด็กหญิงแล้วแทรกนิ้ว ชี้ผ่านลงไปจนจมข้อ กล้ามเนื้อด้านหลังของน้องอิงค์ขมิบรัดนิ้วชี้ผมอย่างแรง เสียงน้องอิงค์อุทานอย่างตกใจ
"นะ น้าเอก นั่นก้นอิงค์นะ.."

ผมไม่ตอบ แต่เคลื่อนไหวนิ้วชี้ไปมา เพื่อแยกความสนใจน้องอิงค์ออกมาจากการ เคลื่อนไหวในรูหี ซึ่งก็ได้ผลเพราะไม่นานนักผมก็สามารถชักแท่งควยออกมาได้ยาวขึ้นเรื่อยๆ และกดกลับเข้าไปโดยไม่มีเสียงร้องแสดงความเจ็บปวด มีแต่เพียงเสียงครางสลับเสียงสูดปากของน้องพิงค์เป็นระยะ
"โอ็วส์ อ๊าวส์ .. นะ น้าเอก ทำไม มัน สะเสียวอย่างนี้…"
ผมกระซิบข้างหูน้องอิงค์
"น้องอิงค์ยังเจ็บอยุ่หรือเปล่า"

น้องอิงค์สั่นหน้าน้อยๆ
"ยังเจ็บนิดๆ น่ะน้าเอกแต่ไม่เป็นไร น้าเอกอย่าหยุดนะ อิงค์เสียว..อุ๊ยพี่มายุอย่าบีบตรงนั้น"

น้องมายุที่อยู่ด้านหลังน้องอิงค์ เอื้อมมือมาประกบบีบสองแคมเนินหีน้องอิงค์ ที่กำลังถูกควยผมเย็ดเข้าออกอยู่ สะโพกน้องอิงค์ส่ายโต้ตอบการโจมตีทุกด้าน พร้อมกันส่งเสียงหอบออกมาพร้อมกับ ที่ผมเร่งความเร็วในการกระเด้าถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนน้องอิงค์กระเด้งสะโพกสวนผมโดยลืมความเจ็บทั้งหมด ความเสียวของน้องอิงค์เพิ่มสูงขึ้นพร้อมๆ กับความเสียวหัวควยของผมที่ใกล้ทะลักออกมาเต็มที ผมเร่งกระเด้าถี่เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อรับรู้ว่าร่างน้องอิงค์กำลังเริ่ม เกร็งตัว ภายในรูหีกระตุกเป็นจังหวะ
"อุ๊ย…อะ อะ อ๊าส์…นะ น้าเอก เร็วอีก อย่าหยุดนะ..โอ๊วส์….อิงค์..ม่าย…ไหว แล้ว.."

ร่างน้อยในอ้อมกอดของผม และน้องมายุดิ้นไปมา น้องอิงค์อัดร่างเข้ากอดผมแน่น เมื่อผมเกร็งตัวฉีดน้ำรักเข้าสู่โพรงหีอ่อน เยาว์แล้วซบหน้าลงกับอกผมอย่างสิ้นแรง ผมจูบเรือนผมน้องอิงค์อย่างชื่นใจก่อนถอนควยออกจากร่างน้องอิงค์แล้วก้มลงดู การฉีกขากของหีน้อยๆ ด้วยความห่วงใย หีของน้องอิงค์ส่งน้ำรักย้อนออกมา พร้อมกับเลือดที่ผสมกันจนเป็นสีชมพูจางๆ ส่วนล่างของกล้ามเนื้อด้านล่างฉีกขาดและยังคงมีเลือดซึมออกมาบางๆ ผมรีบคว้ากระดาษทิชชูหัวเตียง กดเข้าปิดปาดแผลเพื่อให้เลือดหยุดไหล ในใจนึกตำหนิตัวเองที่ไม่สมารถยับยั้งความต้องการ จนเป็นเหตุให้ต้องทำลายหี ที่งดงามราวกับกลีบกุหลาบทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเบ่งบานของมัน

น้องอิงค์ขยับร่างลุกขึ้นแล้วโผเข้ากอดผมแน่น ผมรีบถามด้วยความกังวล
"น้องอิงค์ทนได้ไหม ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า"

น้องอิงค์สั่นหน้าไปมา ซุกเข้ากับอกผม
"ยังเจ็บอยู่เหมือนกันน้าเอก แต่อิงค์ดีใจที่สุดที่ได้เป็นเมียน้าเอกเหมือนพี่ๆ ทุกคน"

น้องมายุขยับร่างมากอดผมไว้อีกคนหนึ่ง
"มายุก็ดีใจที่ได้เป็นเมียน้าเอกพร้อมกับน้องอิงค์"
"น้าจะรักและดุแลมายุจังกับน้องอิงค์ตลอดไป"

ผมบอกและจูบน้องทั้งสองหนักๆ ด้วยความรัก ในใจผมรับรู้ความประทับใจที่ผมได้รับความบริสุทธิ์ของเด็กหญิงที่แสนน่ารัก สองคนพร้อมๆ กันในวันนี้ ผมดึงร่างทั้งสองให้ลงนอนเคียงผมทั้งสองด้าน แล้วกดปุ่มปิดม่านทั้งห้องจนอยู่ในความมืดก่อนที่จะผล็อยหลับไปพร้อมเมียคน ใหม่ทั้งสองในอ้อมแขน
บทแทรกที่ 4

"อรุณสวัสดิ์ครับ ดร.นาโอมิ"
พอ.สมิธ ทักทายหญิงสาวทันที ที่ก้าวเข้ามาในห้องปฏิบัติการพิเศษ มันเป็นห้องซึ่งได้จัดไว้ให้ ดร.นาโอมิเป็นพิเศษภายใน The Cave โดยเชื่อมข้อมูลทั้งหมดจากศูนย์ปฏิบัติการด้านนอกเพื่อให้ ดร.นาโอมิใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดร.นาโอมิ เงยหน้าขึ้นยิ้มรับการทักทายของผู้บังคับบัญชาสถานที่อย่างเหนื่อยอ่อน ขอบตาดำคล้ำของหญิงสาวบอกให้รู้ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นการทำงานจนไม่ได้พักผ่อน ซึ่ง พอ.สมิธ ก็ไม่แปลกใจอะไรเพราะตั้งแต่ ดร.นาโอมิ มาถึง The Cave เมื่อ 3 วันที่ผ่านมาก็ไม่เคยออกไปจากสถานที่แห่งนี้เลย และหมกมุ่นทำงานจนแทบไม่ได้พักผ่อน จนกระทั่งเช้าวันนี้จึงได้ ดร.นาโอมิจึงได้ติดต่อทางโทรศัพท์สายตรงไปหา พอ.สมิธ แจ้งว่าพบข้อมูลสำคัญที่น่าจะตอบปัญหาทั้งหมดได้ พอ.สมิธ ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆโต๊ะทำงาน ชำเลืองมองหญิงสาวด้านข้างด้วยความชื่นชม แม้จะอยู่ในภาวะเหนื่อยอ่อนจากการทำงานมาตลอด แต่ดูเหมือนว่าความเหนื่อยล้า จะไม่สามารถปิดบังความงามของนักค้นคว้าทางจิต ที่มีชื่อเสียงก้องโลกคนนี้ได้ ใบหน้าหวานที่ประดับด้วยดวงตากลมโตกระตุ้นความสนใจของผู้ที่ได้พบเห็น ยิ่งเมื่อหญิงสาวทำงานอยู่ในชุดเสื้อยืดรัดรูป รัดรึงหน้าอกขนาดใหญ่ที่ ปราศจากชั้นในจนเห็นหัวนมกลมสวยเป็นรูปร่างชัดเจน ทำให้ พอ.สมิธต้องถอนหายใจยาว พยายามระงับความรู้สึกทางเพศที่ถูกกระตุ้น จากเรือนร่างงามเบื้องหน้าอย่าง ยากเย็น ในขณะที่เสียงหวานใสของ ดร.นาโอมิดังขึ้น

"ตอนนี้ดิฉันทราบแล้วว่าทำไมที่นี่ถึงเรียกว่า The Cave เพราะคนที่อยู่ที่นี่ไม่มีโอกาสได้เห็นแสงอาทิตย์เลย"

พอ.สมิธยิ้มรับประโยคที่คล้ายคำบ่นนั้น ใจนึกถึงคำสั่งเร่งด่วนจากหน่วยเหนือที่ต้องการทราบข้อมูลการวิเคราะห์โดยเร็วที่สุด

"ดร.พบอะไรที่น่าสนใจหรือครับ"

ดร.นาโอมิกด รัวนิ้วป้อนคำสั่งชุดหนึ่งลงไปที่คีย์บอร์ด กราฟชุดหนึ่งปรากฏขึ้นมา พอ.สมิธ มองดูด้วยความสนใจ มันเป็นกราฟลายเส้นแสดงการทำงานของสมองที่ทุกคนใน The Cave รู้จักดี แต่ก่อนที่ พอ.สมิธจะถามต่อไป เสียงหญิงสาวก็ดังแทรกขึ้นมา

"รู้ไหมค่ะว่ากราฟตัวนี้หมายถึงอะไร"

พอ.สมิธดูเส้นกราฟที่ยกตัวเองขึ้นสูงจากระดับปกติแล้วขยับขึ้นลงในระนาบสูง ระยะหนึ่ง ก่อนพุ่งขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้วทิ้งตัวดิ่งตกลงมาอยู่ที่ระดับปกติ พอ.สมิธส่ายหน้าเล็กน้อย
"มันก็ดูเหมือนการทำงานปกติของสมองไม่ใช่หรือครับ"
ดร.นาโอมิยิ้มเล็กน้อย

"รูปแบบของกราฟนี้เป็นรูปแบบเฉพาะ ของการที่สมองถูกกระตุ้นจากการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น เป็นรูปแบบที่เหมือนกันในทุกคนไม่มีข้อยกเว้น"

พอ.สมิธ จ้องเส้นกราฟบนจออย่างแปลกใจ ก่อนถามอย่างไม่แน่ใจนัก

"หมายความว่าเจ้าของเส้นกราฟนี้กำลังฝันว่าตัวเองมีเพศสัมพันธ์หรือครับ"
หญิงสาวสั่นศีรษะ กล่าวอย่างจริงจัง

"การฝันว่ามีเพศสัมพันธ์ จะมีรูปแบบการทำงานของสมองอีกอย่างหนึ่งค่ะ เพราะมัน เป็นการสร้างมโนภาพขึ้นมาเอง แต่กราฟรูปแบบนี้จะเกิดเฉพาะเมื่อจิตใจเจ้าของกราฟถูกกระตุ้นทางเพศ จากบุคคล ที่สอง และร่วมเพศสัมพันธ์กันจนบรรลุถึงความต้องการสูงสุดหรือไคลแมกซ์เท่านั้น"

ดร.นาโอมิอธิบายยาวเหยียด พอ.สมิธพึมพัมออกมาอย่างสับสน

"แต่นั่นเป็นไปไม่ได้ ทุกคนไม่มีการสัมผัสกับบุคคลที่สองนี่ครับ"

ดร.นาโอมิกดชุดคำสั่งอีกชุดหนึ่ง หน้าจอปรากฏตารางขนาดเล็กจำนวนมาก โดยแต่ละตารางบรรจุเส้นกราฟลักษณะเดียวกันเอาไว้
"ดิฉันใช้ฟิลเตอร์กรองบันทึกการทำงานของสมองพี่ เอ้อ คุณเอกราช เฉพาะส่วนที่แสดงรูปแบบของการมีเพศสัมพันธ์ เห็นอะไรไหมค่ะ"
พอ.สมิธ จ้องดูตารางเบื้องหน้าอย่างสับสน ตัวเลขบอกวันเวลาและจำนวนหน้าที่แสดงบอกให้รู้ว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ ข้อมูลทั้งหมดเท่านั้น

"ผมงงไปหมดแล้ว ดร.นาโอมิ ช่วยอธิบายสรุปให้ผมฟังอย่างง่ายๆ ได้ไหมครับ"

ดร.นาโอมิเหยียดร่างงามลงพิงเก้าอี้ สองมือประสานเหนือท้ายทอยโดยไม่สนใจว่าท่านั่งแบบนี้จะทำให้หน้าอกพุ่งดัน เสื้อยืดเป็นรูปร่างชัดเจนราวกับไม่ได้สวมสิ่งใดไว้ ก่อนหลับตาแล้วเริ่มอธิบาย

"บันทึกที่เห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของบันทึกการทำงานของสมองคุณเอกราช จากการติดตามข้อมูลของดิฉันพบว่าการทำงานของสมองแบบนี้ มีขึ้นทุกวันและวันละ หลายครั้ง ราวกับไม่มีเวลาหยุดเพศสัมพันธ์เลย คลื่นสมองแบบนี้เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 21 มกราคม 2005 ซึ่งตามบันทึกแล้วเป็นเวลา 3 อาทิตย์หลังจากที่คุณเอกราชตกลงมาจากตึกที่พักพร้อมเด็กหญิงอายุ 12 ปีชื่อซูกุมิ ที่น่าสนใจก็คือในวันที่ 5 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่เด็กหญิงซูกุมิเริ่มเข้าสู่อาการแพนโดร่า ทั้งที่ไม่ปรากฏว่า เกิดการกระแทกใดๆ คลื่นสมองคุณเอกราชก็สัมพันธ์กับเด็กหญิงซูกุมิทันที ราวกับว่าทั้งสองมีการ พูดคุยกันอย่างต่อเนื่องโดยตลอด หลังจากห้าอาทิตย์กราฟแสดงความสัมพันธ์ทางเพศของนายเอกราชก็เกิดในเวลาเดียว กันกับเด็กหญิงซูกุมิ และหลังจากนั้นก็เกิดพร้อมกันราวกับว่า คุณเอกราชกับเด็กหญิงซูกุมิมีเพศ สัมพันธ์กันมาตลอดเวลาเกือบ 1 เดือน "

ดร.นาโอมิลืมตาขึ้น หยิบกาแฟขึ้นจิบก่อนยื่นแฟ้มขนาดเล็ก 13 แฟ้มให้ พอ.สมิธ แล้วลุกขึ้นยืน
"ตามดิฉันมาทางนี้ได้ไหมค่ะ"

หญิงสาวก้าวเดินไปที่แท่นวงกลมกลางห้อง ซึ่งเป็นเครื่องควบคุมกลาง แล้วคีย์ข้อมูลชุดหนึ่งลงไป ที่หน้าจอปรากฏกราฟรูปแบบเดิม หญิงสาวป้อนข้อมูลซ้ำอีกชุดหนึ่งแล้วชี้ให้ พอ.สมิธดูที่แถวของหลอดแก้ว ซึ่งขฯะนี้หลอดแก้วจำนวนหนึ่งปรากฏแสงไฟสีเขียวกระพริบถี่ๆ ที่ส่วนบนของแผงควบคุม เสียงที่ไร้อารมณ์ของคอมพิวเตอร์ดังขึ้น

"ผลการค้นหาคลื่นสมองรูปแบบ Alpha9 เทียบกับตัวอย่างหลักหมายเลข A1 พบ 13 ตัวอย่าง"
Lolita Mansion (คฤหาสน์สาวน้อยพาเสียว)
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 3 ตอนที่ 4 ตอนที่ 5 ตอนที่ 6 ตอนที่ 7
ตอนที่ 8 ตอนที่ 9 ตอนที่ 10 ตอนที่ 11 ตอนที่ 12 ตอนที่ 13 ตอนที่ 14


เรื่องเสียวยอดฮิต